posttoday
เมืองไทยประกันภัยเปิดแผนการตลาดช่วงที่เหลือของปี 53

เมืองไทยประกันภัยเปิดแผนการตลาดช่วงที่เหลือของปี 53

13 พฤษภาคม 2553

เมืองไทยประกันภัยเปิดแผนการตลาดเน้นออกผลิตภัณฑ์หลากลหาย ขายผ่านช่องทางธนาคาร

เมืองไทยประกันภัยเปิดแผนการตลาดเน้นออกผลิตภัณฑ์หลากลหาย ขายผ่านช่องทางธนาคาร

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ  บริษัทเมืองไทยประกันภัย เปิดเผยว่า ในปี 2553 นี้ บริษัทฯมีแผนงานหลัก ได้แก่ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย  แบ่งออกเป็น การขายผ่านช่องทางธนาคาร  มุ่งเน้นการออกผลิตภัณฑ์หลายหลากให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าของธนาคาร ได้แก่ SME package หรือประกันภัยรถยนต์ 2+  รวมทั้งการขายผลิตภัณฑ์ควบคู่กับผลิตภัณฑ์ของธนาคาร ได้แก่ โครงการประกันภัยมารีน, K-Max Debit Card, Payroll Plus ซึ่งปัจจุบันทำรายได้ให้บริษัทประมาณ 37%

สำหรับ การขายผ่านตัวแทน  ซึ่งมีจำนวน 10.000 คนทั่วประเทศ บริษัทฯได้ปรับนโยบายการขยายงานของตัวแทนออกเป็น 2 ส่วน คือตัวแทนเดิม บริษัทฯจะมุ่งเน้นการขยายงานแบบ Cross Selling ส่วนตัวแทนรายใหม่ บริษัทฯมุ่งเน้นการอบรมให้ความรู้ด้านการขายแบบ Non –Motor มากขึ้น เพื่อลดอัตราค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ยประกันภัยให้ลดลง จากปัจจุบันอยู่ที่ 52% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงเพราะเบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่มาจากประกันภัยรถยนต์ที่มีความเสียหายสูง หากเบี้ยประกันภัยประเภททั่วไปที่ไม่ใช่ประกันรถยนต์เพิ่มขึ้น จะทำให้อัตราค่าสินไหมทดแทนของบริษัทลดลงด้วย โดยปัจจุบันเบี้ยประกันภัยทั่วไปมีสัดส่วนอยู่ที่ 57% บริษัทมีแผนจะเพิ่มเป็น 60% และ ลดสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรถยนต์ลงจาก 43% เหลือ 40%

นอกจากนี้ การขายผ่านพันธมิตรกลุ่มรถยนต์   เป็นช่องทางที่บริษัทฯขยายตัวด้านคู่ค้าและมียอดขายเพิ่มมากขึ้น  โดยมีการขายผ่านลิสซิ่ง และเดลเลอร์เป็นคู่ค้าหลัก   ส่งผลให้บริษัทฯสามารถขยายงานด้านรถยนต์ผ่านช่องทางนี้ได้สูงขึ้น โดยมีอู่ในเครือข่ายถึง 355 แห่ง

ด้าน การขายผ่านกลุ่มพันธมิตรเฉพาะธุรกิจ   โดยบริษัทฯได้ออกแบบกรมธรรม์เฉพาะเจาะจงตามกลุ่มลูกค้า (Segmentation) เช่น กลุ่มลูกค้าของสายการบินนกแอร์  หรือกลุ่มลูกค้าของดีแทค ธุรกิจ Modern Trade นอกจากนั้น ยังมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์พิเศษ ได้แก่ ประกันภัย Professional Indemnity, D&O, Jeweller’s Block, การประกันภัยจลาจลก่อการร้าย ให้แก่ลูกค้าองค์กรที่มีความต้องการและเป็นไปตามแนวโน้มการคุ้มครองความเสี่ยงภัยในปัจจุบัน

นางนวลพรรณ เปิดเผยว่า การขยายการขายผลิตภัณฑ์ตะกาฟุล บริษัทเป็นเพียง 1 ใน 2 บริษัทที่ทำตลาดประเภทนี้  บริษัทฯตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยประมาณ 50 ล้านบาท โดยขายผ่านช่องทางหลักได้แก่ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และสำนักงานตัวแทนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้และในกรุงเทพมหานคร รวมถึง  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่สอดคล้องกับความต้องการลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยมุ่งเน้นการสร้างความแตกต่าง หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ขายน้อยรายในตลาด ได้แก่ การประกันภัยสัตว์เลี้ยง การประกันภัยของสะสม   ซึ่งเป็นกลยุทธในการสร้างความต้องการในการเจาะตลาดใหม่ๆ สำหรับผู้บริโภค

สำหรับ การให้บริการแก่ลูกค้า     บริษัทฯมีแผนในการขยายศูนย์บริการลูกค้าให้ครอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ โดยในปีนี้คาดว่าจะสามารถเปิดศูนย์บริการลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 4 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม  สุราษฎร์ธานี  ภูเก็ต  และประจวบคีรีขันธ์ รวมเป็นทั้งหมด 12 แห่ง และบริษัทมีแผนจะขยายให้ครบ 20 แห่งในปี 2554

ด้านการบริหารจัดการภายใน บริษัทฯมุ่งเน้นการสร้างประสิทธิภาพการบริการเพื่อบริหารต้นทุน ให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยบริษัทฯได้พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางใหม่ (Core System) ในต้นเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้สามารถบริหารจัดการโดยเป็นระบบหลักระบบเดียว โดยระบบนี้จะลดต้นทุนการบริหารงานของบริษัทฯ ตามแผนซึ่งจะเห็นความชัดเจนในอีก 2 ปีข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค