posttoday
แดนมังกรยังเนื้อหอมต่างชาติรุกขยายธุรกิจบริการ

แดนมังกรยังเนื้อหอมต่างชาติรุกขยายธุรกิจบริการ

11 มีนาคม 2557

แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ประเทศจีนก็ยังเป็นดาวเด่นที่สามารถดึงดูดการลงทุนของบริษัทต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นสำคัญคือ ตลาดที่ยังเติบโต ผลตอบแทนการลงทุนสูง และบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จากความพยายามของรัฐบาลจีนที่พยายามผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ เพื่อเอื้อต่อธุรกิจต่างชาติ

แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ประเทศจีนก็ยังเป็นดาวเด่นที่สามารถดึงดูดการลงทุนของบริษัทต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นสำคัญคือ ตลาดที่ยังเติบโต ผลตอบแทนการลงทุนสูง และบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จากความพยายามของรัฐบาลจีนที่พยายามผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ เพื่อเอื้อต่อธุรกิจต่างชาติ

เมื่อเร็วๆ นี้ หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน ประกาศว่า ทางการจีนจะเดินหน้าทำให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนในแดนมังกรได้สะดวกมากขึ้น ทั้งการเปิดเสรีภาคบริการมากขึ้น ทำให้ทั้งบริษัทท้องถิ่นและบริษัทต่างชาติแข่งขันภายใต้กฎระเบียบที่เท่าเทียมกันมากขึ้น เพื่อทำให้จีนยังคงเป็นปลายทางการลงทุนที่น่าสนใจอันดับต้นๆ ในสายตาของต่างชาติ

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าปัจจัยเรื่องค่าแรงที่สูงขึ้น และเศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราที่น้อยลงมาหรือไม่ถึง 10% ได้ทำให้หลายคนมองว่าจีนไม่ดึงดูดใจอีกต่อไป แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม

สำนักข่าวซินหัว อ้างข้อมูลของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ระบุว่า ในปี 2556 จีนแผ่นดินใหญ่สามารถดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) รวมประมาณ 1.27 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

เหตุที่เป็นเช่นนี้ เดวิด ดอลลาร์ นักวิจัยอาวุโสของสถาบันบรู๊คกิ้งส์ในวอชิงตัน อธิบายว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงสนใจจีนอย่างมาก โดยเมื่อก่อนอาจมาลงทุนเพราะค่าแรงถูก และมีโอกาสในการส่งออก แต่ตอนนี้นักลงทุนกลับสนใจตลาดท้องถิ่นของจีนมากกว่า และค่าจ้างที่สูงขึ้นจะช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อในตลาดจีนได้อย่างดี

สอดคล้องกับ ไรอัน รัทโคสกี้ นักวิเคราะห์ด้านจีนของสถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่เชื่อว่าบริษัทข้ามชาติยังคงทยอยเข้าลงทุนในจีนต่อไป

“จีนเป็นตลาดผู้บริโภครายใหญ่ของโลกทั้งแง่ของสินค้าและบริการ ทั้งยังมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง ตอนนี้ชนชั้นกลางในมณฑลที่ร่ำรวยของจีนคือผู้บริโภคหลักของโลกอยู่แล้ว ส่วนตลาดในมณฑลชั้นในอีกหลายแห่งก็เพิ่งเริ่มโตเหมือนกัน ตอนนี้ผู้ผลิตในจีนสามารถเน้นขายสินค้าในตลาดท้องถิ่น ก่อนที่จะคิดถึงเรื่องส่งออกไปยังประเทศพัฒนาแล้วได้”

ขณะเดียวกัน บริษัทข้ามชาติยังคงสนใจลงทุนในจีน เพราะผลตอบแทนที่ได้คุ้มค่าและสูงกว่าการลงทุนในอีกหลายประเทศในโลก

ตัวอย่างเช่น ผลตอบแทนจากการลงทุนเอฟดีไอในจีนเฉลี่ยอยู่ที่ 9.4% ในช่วงปี 2545-2555 แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนในสหรัฐเฉลี่ยอยู่ที่ 5.8% เท่านั้น และในช่วงที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงเมื่อปีที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนก็ยังอยู่ที่ประมาณ 9.1%

นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทต่างชาติสามารถลงทุนในธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้นในประเทศจีน จากเดิมที่เน้นลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก แต่ตอนนี้กลับพบว่าสัดส่วนการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตอยู่ที่ประมาณ 40% ของเม็ดเงินเอฟดีไอเท่านั้น สวนทางกับเงินที่ไหลเข้าภาคบริการที่สูงกว่า 50%

พร้อมกันนี้ บริษัทต่างชาติยังสามารถบริหารจัดการควบคุมการลงทุนของตัวเองได้มากขึ้น หากเทียบกับในอดีต โดยข้อมูลจากสถาบันปีเตอร์สันฯ ให้ภาพว่า เม็ดเงินเอฟดีไอประมาณ 76.2% เป็นการลงทุนในธุรกิจที่ต่างชาติเป็นเจ้าของทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากเดิมที่จะเป็นการลงทุนในรูปของกิจการร่วมทุน

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากความพยายามของรัฐบาลจีนที่เร่งเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจ กฎระเบียบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยการปฏิรูปล่าสุด คือการเปิดโครงการนำร่องเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ (เอฟทีแซท) ที่ช่วยให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจบริการได้อย่างเสรีมากขึ้น รวมถึงลดขั้นตอนการขออนุญาตจากรัฐบาล ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทำให้บรรยากาศการลงทุนดีขึ้น

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ในแต่ละวันมีบริษัทประมาณ 100 รายเข้าจดทะเบียนขอทำธุรกิจในเขตค้าเสรีเซี่ยงไฮ้

ขณะเดียวกัน เมื่อมองในระดับประเทศพบว่า อัตราการจดทะเบียนตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 27.6% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่สัดส่วนการลงทุนของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเป็น 63% ของมูลค่าการลงทุนรวม

ทั้งนี้ จากยอดเอฟดีไอเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่า เม็ดเงินไหลไปที่ภาคกลางมูลค่าประมาณ 1,570 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 89.1% และภาคตะวันตกมูลค่า 989 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 71.3% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่พื้นที่ชายฝั่งและภาคตะวันออกยังคงได้รับเอฟดีไอสูงสุด หรือประมาณ 8,210 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเพียง 4.4% ซึ่งแสดงให้เห็นทิศทางการลงทุนของต่างชาติที่เปลี่ยนไป โดยหันมามองมณฑลชั้นในมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค