
ขอบีโอไออาการหนัก
2เดือนแรกลดเท่าตัวเหลือแค่7หมื่นล้านการเมืองออกฤทธิ์ต่างชาติเผ่นหนีลงทุน
2เดือนแรกลดเท่าตัวเหลือแค่7หมื่นล้านการเมืองออกฤทธิ์ต่างชาติเผ่นหนีลงทุน
บีโอไอเผยการเมืองฉุด ยอดการขอลงทุนใหม่ 2 เดือนแรกปีนี้ ลดลงเหลือ 7 หมื่นล้านบาท
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ยอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) มีวงเงินลงทุน 7 หมื่นล้านบาท ลดลงกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่าลงทุน 1.61 แสนล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศและความไม่ชัดเจนในการแต่งตั้งบอร์ดบีโอไอ
“แม้ยอดขอลงทุนจะลดลง แต่ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติ และส่วนใหญ่ก็ยังเป็นการขอรับส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท แต่ก็เป็นมูลค่าที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ต่างชาติมีการขอรับส่งเสริมอยู่ 204 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 8.32 หมื่นล้านบาท” นายอุดม กล่าว
นอกจากนี้ จากการที่ยังไม่มีแต่งตั้งบอร์ดบีโอไอ ทำให้ ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2557 มีโครงการที่มีมูลค่าสูงกว่า 200 ล้านบาท ที่ต้องรออนุมัติส่งเสริมการลงทุน 380 คำขอ มูลค่าลงทุน 5 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยอดคำขอของนักลงทุนต่างชาติ โดยชาติที่มีสัดส่วนสูงสุด คือ ญี่ปุ่น ที่ประมาณ 10% หรือราว 5 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีประเด็นว่านักลงทุนที่ยื่นคำขอเข้ามาทั้งหมดที่ค้างการอนุมัติตอนนี้ไม่มีรายใดที่ขอถอนคำขอ และที่หลายฝ่ายกังวลว่านักลงทุนต่างชาติจะย้ายฐานการผลิตก็ยังไม่มีสัญญาณอะไร
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า บอร์ด กนอ. มีมติอนุมัติจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่ 2 แห่ง คือ นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี จ.อุดรธานี และนิคมอุตสาหกรรมยามาโตะ อินดัสทรีส์ จ.ชลบุรี เพื่อรองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากยางพารา โดยเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนและพัฒนาพื้นที่รวม 2,900 ไร่คาดว่าจะดึงเม็ดเงินเข้ามาลงทุนได้ประมาณ 9.6 หมื่นล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคน







