
‘ภัทร’เพิ่มธุรกิจรับประกันหุ้นกู้ช่วยบจ.หาเงิน
บล.ภัทรดิ้นหาธุรกิจใหม่ รับมือการเมืองยืดเยื้อ แนะลูกค้าออกหุ้นกู้ ระดมทุนนอก
บล.ภัทรดิ้นหาธุรกิจใหม่ รับมือการเมืองยืดเยื้อ แนะลูกค้าออกหุ้นกู้ ระดมทุนนอก
นายอนุวัฒน์ ร่วมสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดตราสารทุน สายงานวาณิชธนกิจและตลาดตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร เปิดเผยว่า ปัญหาการเมืองยืดเยื้อ ไม่สามารถตั้งรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารสานต่อนโยบายได้ ส่งผลต่อความมั่นใจในการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ และกระทบการระดมทุนขายหุ้นต่อนักลงทุนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ)
ทั้งนี้ ปัจจุบัน บล.ภัทร เป็นที่ปรึกษาการเงินระดมทุนให้กับบริษัทขนาดใหญ่ 34 ดีล ต้องการระดมทุน 5,0001 หมื่นล้านบาทต่อดีล ยังคงแผนยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) และเข้าจดทะเบียนซื้อขายภายในปีนี้ ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามหลายปัจจัย ทั้งภาวะตลาดหุ้นเพื่อพิจารณาช่วงเวลาเสนอขายที่เหมาะสม รวมถึงความต้องการใช้เงิน และกรณีกลับมาสู่ภาวะปกติ ยังต้องพิจารณาจำนวนดีลไอพีโอในตลาดที่จะเข้าอีกเป็นจำนวนมากด้วยซึ่งเลื่อนมาก่อนหน้า
อย่างไรก็ดี หากภาวะตลาดหุ้นยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน บริษัทจะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายๆ หากลูกค้ายังไม่มีความจำเป็นเร่งรีบในการระดมทุน แนะนำให้เลื่อนการขายไอพีโอไปก่อน ส่วนกลุ่มที่มีความต้องการใช้เงินลงทุนบริษัท แนะนำให้เปลี่ยนรูปแบบไปใช้เครื่องมือการออกหุ้นกู้หรือเครื่องการเงินอื่นแทน
สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ บล.ภัทร เริ่มให้ความสำคัญการดำเนินธุรกิจใหม่ คือ การเป็นผู้รับประกันการจัดจำหน่ายตราสารหนี้เอกชนหรือหุ้นมากขึ้น คาดปีนี้จะมีดีลขนาดกลางเป็นฐานลูกค้าเดิม 34 ดีลจากเดิมที่บริษัทดำเนินธุรกิจเฉพาะในด้านตราสารทุน เนื่องจากภายหลังการควบรวมกิจการกับธนาคารเกียรตินาคิน จึงเริ่มเป็นผู้รับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ของธนาคารเกียรตินาคินเป็นครั้งแรกของมูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นโอกาสที่ขยายฐานเข้าไปยังกลุ่มลูกค้าในกลุ่มของธนาคารด้วย รวมถึงดีลหุ้นกู้บริษัท ศุภาลัย (SPALI) มูลค่า 2,300 ล้านบาท และล่าสุดได้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นกู้บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ขณะที่การทำหุ้นกู้เน้นการขายแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) ให้ฐานลูกค้าเดิมของ บล.ภัทร
นอกจากนี้ ยังมีแผนให้ลูกค้าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใช้เครื่องมือการเงินใหม่ๆ ออกไปใช้ระดมทุนในต่างประเทศให้กับกลุ่มลูกค้า โดยมีโอกาสที่จะเห็นต่อเนื่อง หลังจากในต้นปีที่ผ่านมา บล.ภัทร เริ่มเป็นที่ปรึกษาให้บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เสนอขายหุ้นกู้อนุพันธ์ (Exchangeable Bonds) ขายนักลงทุนต่างประเทศในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ เป็นดีลแรกที่เกิดขึ้นใประเทศไทย
“ตอนนี้ต้องดิ้นรนเมื่อตลาดหุ้นไทยผันผวนมากๆ แบบนี้การออกหุ้นในเมืองไทยทำลำบากขายยากขึ้น กลยุทธ์ของบริษัทต้องปรับเปลี่ยนไปทำผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ มากขึ้นหลังจากควบรวมธุรกิจกับธนาคารเกียรตินาคิน ซึ่งจากเดิมที่ทำเฉพาะหุ้น ก็หันมาทำธุรกิจเพิ่ม เช่น ทำตราสารหนี้ขายสถาบันในประเทศ รวมถึงทำสินค้าอนุพันธ์ใหม่ๆ ออกไปต่างประเทศ เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพและผลิตอื่นๆ ปีนี้จะมีทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้” นายอนุวัฒน์ กล่าว







