
ชิ้นส่วนจุกลดโอทีเหลือ5%
เหตุค่ายรถงดออร์เดอร์ส่งออกทรุดหนักการเมืองลากยาวรายเล็กอาจต้องปิดตัว
เหตุค่ายรถงดออร์เดอร์ส่งออกทรุดหนักการเมืองลากยาวรายเล็กอาจต้องปิดตัว
อุตฯ ชิ้นส่วนยานยนต์หวั่นการเมืองลากยาวฉุดยอดหดหนัก ต้องลดโอทีลงเหลือ 5%
นายถาวร ชลัษเฐียร กรรมการที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในขณะนี้การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ปรับตัวลดลงตามยอดผลิตรถยนต์หลังสิ้นสุดโครงการรถยนต์คนแรก ผิดจากที่คาดว่ากลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์จะดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลก แต่พอมีปัญหาการเมืองทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในประเทศลดลง จึงส่งผลต่อความต้องการซื้อรถและความต้องการชิ้นส่วน
นายถาวร กล่าวว่า การผลิตรถยนต์ของไทยนั้น เป็นการผลิตทั้งเพื่อรองรับการขายในประเทศและการส่งออก ในสัดส่วน 50/50 ถ้ายอดขายในประเทศไม่ดีก็ส่งผลไปยังอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องด้วย จึงน่ากังวลว่าถ้าการเมืองยืดเยื้อไปถึงกลางปี จะทำการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในปีนี้ออกมาติดลบแน่
อย่างไรก็ตาม แม้อุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้สดใสอย่างที่คาดไว้ แต่ขณะนี้กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ยังไม่มีการลดกำลังแรงงานลง แต่ลดกำลังการผลิตโดยลดโอทีลงแทน ทำให้ปัจจุบันในการผลิตชิ้นส่วนแทบจะไม่มีค่าล่วงเวลา (โอที) หรือมีเพียงแค่ 5% เท่านั้น เทียบกับช่วงที่มีการใช้กำลังการผลิตสูงสุดในช่วงที่ต้องผลิตเพื่อป้อนค่ายรถยนต์จากโครงการรถยนต์คันแรกที่ต้องจ่ายค่าโอทีถึง 25%
“ผู้ผลิตเลือกที่จะลดโอทีลงแทนที่จะให้พนักงานออก เนื่องจากกลุ่มผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมีฝีมือซึ่งหายาก นโยบายผู้ผลิตแต่ละรายจึงเลือกจะรักษาแรงงานที่มีทักษะไว้ เพื่อรองรับการผลิตเมื่อสถานการณ์การเมืองดีขึ้นและความต้องการของผู้บริโภคกลับมา แม้จะไม่รู้ว่าเมื่อไรก็ตาม สถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ก็อยู่รอดได้ แต่ถ้าเป็นผู้ผลิตรายเล็กที่มีสภาพคล่องต่ำอาจถึงขั้นต้องปิดกิจการ” นายถาวร กล่าว
นายถาวร กล่าวอีกว่า แต่ถ้าเป็นส่วนของตลาดส่งออกตอนนี้จะเห็นว่า การส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ยังมีการขยายตัวได้ดี เนื่องจากตลาดหลักที่ค่ายรถยนต์ของไทยส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไป ยังมีเศรษฐกิจที่ดีเมื่อเทียบกับไทย ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย
ด้าน นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า การส่งออกยานยนต์ในเดือน ม.ค. ไทยมีการส่งออกรถยนต์ 8.10 หมื่นคัน ติดลบ 6.93% มูลค่าส่งออกรวม 3.74 หมื่นล้านบาท ติดลบประมาณ 5.51%
ขณะที่การส่งออกเครื่องยนต์มีมูลค่า 2,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.93% การส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 1.48 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.81% และส่งออกอะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 1,429 ล้านบาท ลดลง 16.17% ส่วนของยอดผลิต เดือน ม.ค. 2557 อยู่ที่ 1.63 แสนคัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 31.09% เนื่องจากไม่ต้องเร่งผลิตเพื่อส่งมอบรถยนต์คันแรกแล้ว แต่ยอดผลิตก็เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2557 ที่ 2.36%
สำหรับแนวโน้มการผลิตนั้น ในช่วงปลายเดือน มี.ค. 2557 จะมีงานมอเตอร์โชว์ซึ่งคาดว่า จะกระตุ้นให้ยอดการผลิตในระยะ 12 เดือนนี้เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ยอดจอง 4 หมื่นคัน และเชื่อว่าปีนี้โปรโมชั่นจะน่าสนใจมากขึ้น หลังจากปีก่อนหน้าไม่ค่อยแข่งขันเพราะมีโครงการรถยนต์คันแรก







