posttoday
กำไรบจ.โตต่ำคาด

กำไรบจ.โตต่ำคาด

07 มีนาคม 2557

เพิ่มแค่7.2%หลังเศรษฐกิจชะลอ‘พลังงานสาธารณูปโภค’แชมป์

เพิ่มแค่7.2%หลังเศรษฐกิจชะลอ‘พลังงานสาธารณูปโภค’แชมป์

ตลท.โชว์ บจ. ปี 2556 มีกำไรโตแค่ 7.22% ต่ำกว่าผลสำรวจสมาคมนักวิเคราะห์ฯ ที่คาดจะโต 11.2%

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนใน ตลท. (SET) จำนวน 491 บริษัท หรือ 96.84% จากทั้งหมด 507 บริษัท นำส่งผลการดำเนินงานงวดสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2556 แล้ว มี บจ.ที่มีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานจำนวน 415 บริษัท คิดเป็น 84.52% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด โดยยอดขายรวมปี 2556 อยู่ที่ 10,983,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.89% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 789,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.22% จากปี 2555

นับว่าเป็นกำไรที่เติบโตต่ำกว่าผลสำรวจนักวิเคราะห์ในตลาดของสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนที่คาดว่าปี 2556 กำไร บจ.จะเติบโต 11.2%

ด้านประสิทธิภาพการทำกำไรปีนี้เทียบกับปีที่แล้ว อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 17.64% เป็น 18.44% อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 7.03% เป็น 7.19% อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) 1.24 เท่า

“ภาพรวมผลการดำเนินงานของ บจ. ปี 2556 ยังเติบโตได้แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าของธุรกิจที่อยู่ต้นน้ำ เช่น ธุรกิจพลังงาน ปิโตรเคมี เหล็ก เกษตร และอาหาร อีกทั้งยังมีผลกระทบจากเงินบาทที่อ่อนค่า” นายชนิตร กล่าว

ขณะที่ บจ.ในภาคการเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงบางธุรกิจในภาคบริการ เช่น ธุรกิจค้าปลีก โรงแรม สื่อและสิ่งพิมพ์ รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของสังคมเมือง การกระจายความเสี่ยงพื้นที่ให้บริการ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอุตสาหกรรม ยังมีผลการดำเนินงานเติบโตได้ดี

นอกจากนี้ ธุรกิจอาหารและธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นสวนทางกับภาพรวม ซึ่งธุรกิจดังกล่าวได้รับประโยชน์จากการส่งออกตามวงจรเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในช่วงเริ่มฟื้นตัว

ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรปี 2556 สูงสุด 5 อันดับแรก คือ บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)

กลุ่มอุตสาหกรรม 3 อันดับแรกจาก 8 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจการเงิน ทรัพยากร และอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

สำหรับหมวดธุรกิจที่มีกำไรสูงสุด 3 อันดับแรกจาก 28 หมวดธุรกิจ ได้แก่ พลังงานและสาธารณูปโภค ธนาคาร และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยทั้ง 3 หมวดมีกำไรสุทธิรวม 469,417 ล้านบาท คิดเป็น 59.47% ของกำไรสุทธิรวมทั้งหมด และยอดขายรวมของทั้ง 3 หมวด คิดเป็น 54.15% ของยอดขายรวมทั้งหมด

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ปีนี้คาดหวังว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนบัญชีได้อีกระดับ 1 แสนบัญชี ถือว่าเพิ่มสูงกว่าอดีต 23 ปีก่อนหน้าจะเพิ่มปีละประมาณ 3 หมื่นบัญชีเท่านั้น

“ประเทศไทยมีขนาดใกล้เคียงกับประเทศตุรกี ซึ่งมีฐานบัญชีผู้ลงทุนในตลาดหุ้นถึง 1.5 ล้านบัญชี เราก็ยังหวังว่าจำนวนบัญชีของตลาดหุ้นไทยมีศักยภาพในการเพิ่มขึ้นได้อีก 5 แสนบัญชี” นายจรัมพร กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค