
บริษัทประกันจ้องซื้อหุ้น
นายกสมาคมประกันชีวิตเผยธุรกิจประกันเตรียมขยายพอร์ตลงทุนในหุ้นเพิ่มเชื่อโอกาสกำไรสูงกว่าขาดทุน
นายกสมาคมประกันชีวิตเผยธุรกิจประกันเตรียมขยายพอร์ตลงทุนในหุ้นเพิ่มเชื่อโอกาสกำไรสูงกว่าขาดทุน
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า บริษัทประกันชีวิตอาจจะขยายสัดส่วนการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น เนื่องจากเริ่มเห็นความชัดเจนทางการเมือง และที่ผ่านมาลงทุนในหุ้นไม่มากนัก โดยสัดส่วนจะเป็น 10% ของพอร์ตลงทุนทั้งระบบ จากปัจจุบันที่ 6%
ขณะที่วิกฤตการเงินในกรีซที่เริ่มส่งผลกระทบไปทั่วยุโรป จะไม่มีผลต่อการลงทุนในหุ้นของบริษัทประกันชีวิต เพราะส่วนใหญ่ลงทุนในตลาดหุ้นไทย ไม่ได้ออกนอกประเทศ และหุ้นที่เลือกเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีปันผลได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ รวมทั้งเงินลงทุนส่วนใหญ่กว่า 80% ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ไทย
“หากต้องการไปลงทุนต่างประเทศก็ต้องขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นรายๆ ไป ซึ่งมีไม่มากนัก” นายสาระ กล่าว
นายสาระ กล่าวว่า แม้ว่าจะมีการลงทุนในพันธบัตรและตราสารกว่า 80% แต่บริษัทประกันชีวิตพร้อมที่จะลงทุนในพันธบัตรใหม่ๆ เนื่องจากเบี้ยประกันภัยที่รับมาเป็นเงินระยะยาว จึงต้องมองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคงที่และสอดคล้องกัน
สำหรับกรมธรรม์ใหม่ๆ ที่จะออกมาในช่วงไตรมาส 2 นี้ คาดว่าจะเป็นแบบความคุ้มครองระยะสั้นให้ผลตอบแทนสูง เพื่อสะท้อนเศรษฐกิจและดอกเบี้ยในปัจจุบัน แต่วงเงินที่ขายจะไม่มากนัก
ขณะที่กรมธรรม์บำนาญยังไม่สามารถกำหนดจ่ายถึงอายุ 99 ปี ต้องรอให้กระทรวงการคลังประกาศกฎหมายหักรายจ่ายจากเงินสำรองเบี้ยประกันได้ตามความเป็นจริง
นายสาระ เชื่อว่าแนวโน้มตลาดประกันชีวิตในไตรมาส 2 นี้ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีเรื่องความไม่สงบทางการเมือง โดยเดือน เม.ย. ยอดขายอาจจะลดลงบ้าง เพราะมีวันหยุดหลายวัน แต่เม็ดเงินออมไม่ได้หายไปไหน เมื่อทุกอย่างคลี่คลายเชื่อว่าประชาชนเริ่มที่จะตัดสินใจได้เร็วขึ้น โดย 5-6 ปีที่ผ่านมา มีการซื้อประกันชีวิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10%







