posttoday
กำไรบจ.ปีนี้โต10%

กำไรบจ.ปีนี้โต10%

06 มีนาคม 2557

หุ้นไทยราคาถูก-ผลงานดีกว่าเอเชียปตท.มั่นใจรายได้ปี’57เพิ่มขึ้น

หุ้นไทยราคาถูก-ผลงานดีกว่าเอเชียปตท.มั่นใจรายได้ปี’57เพิ่มขึ้น

2 โบรกเกอร์คาดกำไร บจ.ปีนี้โต 10-12% โตกว่าภูมิภาคเอเชีย และหุ้นไทยถูกกว่าจึงเพิ่มน้ำหนักลงทุน

นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ปี 2557 คาดอัตราเติบโตกำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) อยู่ที่ 12.1% ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านที่เฉลี่ย 8% และหากพิจารณาสัดส่วนราคาต่อกำไรที่คาดหวัง (Expected P/E) อยู่ที่ 13.3 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำเช่นกัน เฉลี่ยภูมิภาคเอเชีย 15 เท่า เป็นรองเพียงจีนที่เพียง 8.1 เท่า ดังนั้นหากอิง Expected P/E 13.514 เท่า คาดว่าดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสขึ้นไปแตะระดับ 1,3631,413 จุดได้

ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดว่ากำไรสุทธิ บจ.ปีนี้เติบโตไม่มาก โดยคาดว่ากำไรต่อหุ้นจะเติบโต 10% จากปี 2556 แต่เป็นการเติบโตที่มีคุณภาพดี บริษัทส่วนใหญ่ปรับเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจลง และหันมาเน้นเรื่องการลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพ นับเป็นรากฐานที่ดีสำหรับอนาคต

บล.เอเซีย พลัส สรุปงบ บจ.ปี 2556 พบว่า บจ.ไทยมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 777,293 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 90.05 บาท เพิ่มขึ้นเพียง 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายพิจินต์ อภิวันทนาพร ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท. (PTT) ประมาณการว่า ปี 2557 บริษัทตั้งเป้าหมายจะมีรายได้ 2.97 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2556 ที่มีรายได้รวม 2.8 ล้านล้านบาท บนสมมติฐานราคาน้ำมันใกล้เคียงระดับ 105 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

“นักลงทุนมักจะบ่นว่า ทำไมราคาหุ้นของ ปตท.ไม่ไปไหน น่าจะเป็นผลมาจากการที่ ปตท.ต้องเข้าไปอุ้มเอ็นจีวี ในปีนี้คงจะใช้เงินประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และแอลพีจีอีก 1 หมื่นล้านบาท รวมแล้ว 3 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ของกำไรสุทธิของ ปตท. ประเด็นนี้เวลาเราไปโรดโชว์มักจะถูกต่อว่าจากนักลงทุนต่างชาติอยู่เสมอ เขาเข้าใจว่า ปตท.ต้องดูแลผู้เกี่ยวข้อง แต่การดูแลนั้นไม่ควรทำมากเกินไปจนเป็นสัดส่วนสูงถึงขนาดนี้” นายพิจินต์ กล่าว

นายพิจินต์ กล่าวว่า ปตท.ได้พยายามลดต้นทุนแทนด้วยการไม่เพิ่มจำนวนสถานีให้บริการเอ็นจีวี เพราะเรื่องเหล่านี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐ

สำหรับปีนี้ ปตท.จะมีกำไรพิเศษจากการที่มีบริษัทย่อย คือ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) และบริษัทลูก คือ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ภายในครึ่งหลังของปี 2557

ในส่วนของ SPRC นั้น ทาง ปตท.ถือหุ้นในสัดส่วน 36% ทางเชฟรอนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 63% ซึ่ง ปตท.จะนำหุ้นร่วมเสนอขายไอพีโอ แต่ท้ายที่สุด ปตท.คงจะขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ออกไป แม้ว่า SPRC จะเป็นโรงกลั่น แต่ทำธุรกิจโรงกลั่นไม่มีธุรกิจปิโตรเคมีด้วย ไม่ตรงกับกลยุทธ์ของ ปตท.

นายยงยศ ครองพาณิชย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและกลยุทธ์เทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) กล่าวว่า เมื่อต้นปีนี้บริษัทได้ปรับลดเป้าหมายปริมาณการขายปีนี้ลงเหลือ 3.25 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากเมื่อช่วงปลายปี 2556 ได้ประเมินไว้ที่ 3.37 แสนบาร์เรลต่อวัน

ทั้งนี้ เนื่องมาจากเกิดพายุไซโคลนกระทบให้แหล่งผลิตในมอนทาราลดลง 3,000-4,000 บาร์เรลต่อวัน ไม่เต็มกำลังการผลิตที่ระดับ 3 หมื่นบาร์เรลต่อวัน และแหล่งผลิตในซอติก้าดำเนินการเชิงพาณิชย์ล่าช้าจากกำหนดเดิม 1 เดือน

นอกจากนี้ มีการปรับโครงสร้างการลงทุนในโครงการแคนาดา ออยล์ แซนด์ เคเคดี ทำให้รับรู้กำลังการผลิตและยอดขายได้เพียงครึ่งปีแรกเท่านั้น

นอกจากนั้น PTTEP ยังลดแผนการลงทุนระยะ 5 ปี ลงจาก 2.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เหลือ 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?