
การเมืองกดดันเศรษฐกิจฟุบ...ท่องเที่ยวผลักดันเศรษฐกิจฟื้น
เผลอแป๊บเดียว นี่ก็ย่างเข้าสู่เดือนที่สามของปี 2557 กันแล้วนะครับ หลายท่านเริ่มทำงานตัวเป็นเกลียวเร่งเครื่องตั้งแต่ต้นปี หลายท่านเพิ่งเริ่มตั้งหลักชีวิตได้หลังจากเพลิดเพลินกับการพักผ่อนตั้งแต่ช่วงปีใหม่และวันหยุดเทศกาลต่างๆ ในขณะที่หลายท่านใจยังจดจ่อติดตามสถานการณ์บ้านเมืองทุกเสี้ยวนาทีและหลายท่านถึงกับปักหลักใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุม
เผลอแป๊บเดียว นี่ก็ย่างเข้าสู่เดือนที่สามของปี 2557 กันแล้วนะครับ หลายท่านเริ่มทำงานตัวเป็นเกลียวเร่งเครื่องตั้งแต่ต้นปี หลายท่านเพิ่งเริ่มตั้งหลักชีวิตได้หลังจากเพลิดเพลินกับการพักผ่อนตั้งแต่ช่วงปีใหม่และวันหยุดเทศกาลต่างๆ ในขณะที่หลายท่านใจยังจดจ่อติดตามสถานการณ์บ้านเมืองทุกเสี้ยวนาทีและหลายท่านถึงกับปักหลักใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุม
จากปัญหาการเมืองที่ไร้เสถียรภาพและผลของการชุมนุมที่ยืดเยื้อไม่มีจุดสิ้นสุด ทำให้ปีนี้เป็นอีกปีที่คาดเดาได้ยากว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตไปในทิศทางใด ภาคเอกชนเองก็คงวางแผนทำธุรกิจยากลำบาก เพราะโจทย์ใหญ่ของวันนี้ “การเมือง” คือ “ตัวตั้ง” ของเศรษฐกิจ และทำให้ไทยสูญเสียความโดดเด่นทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่ผ่านมา
ดังนั้น ภาคการส่งออกจึงเป็นตัวจักรสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวใกล้เคียงเป้าหมายที่วางไว้ แต่การส่งออกก็ยังต้องพึ่งปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจโลก ที่หลายฝ่ายคาดว่าจะออกมาดี แต่ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์กันไว้ สุดท้ายหนีไม่พ้นต้องกลับมาซบอกภาคการท่องเที่ยว ที่แม้จะช่วยกระตุกอัตราเติบโตได้บ้าง แต่หากสถานการณ์การเมืองยังคงยืดเยื้ออย่างไม่มีจุดสิ้นสุดละก็ ไม่ต้องเป็นหมอดู ก็คงพอเห็นชะตาประเทศไทยลางๆ แล้วใช่หรือไม่ครับ
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยจะประสบกับปัญหามากมาย ทั้งการเมืองในประเทศ ภัยธรรมชาติ และผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ภาคท่องเที่ยวก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและภูมิต้านทานสูง สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ประเทศไทยเคยได้รับรางวัลมากมาย และติดอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ ของการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดระดับโลกมาแล้ว นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกหลั่งไหลและเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ไม่เว้นแม้แต่ประเทศมหาอำนาจใหญ่อย่างประเทศจีน แม้ว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2556 จะเจอผลกระทบจากการควบคุมทัวร์ของรัฐบาลจีนและการชุมนุมทางการเมืองก็ตาม โดยสถิติของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยปี 2556 มีจำนวนสูงถึง 26.7 ล้านคน (ขยายตัว 19.60% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา) และสร้างรายได้ให้ประเทศถึง 1.167 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนประมาณ 4.71 ล้านคน (ขยายตัว 68.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) สำหรับแนวโน้มของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยในปี 2557 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทยประมาณ 29 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 8.5% จากปี 2556) และมีแนวโน้มสร้างรายได้สูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท
ปี 2557 นี้จึงเป็นอีกปีที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพยายามส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านการขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์ที่สำคัญ คือ 1) สร้างกระแสหลงรักประเทศไทย 2) สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และ 3) สร้างและแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายปี 2557 “คนไทยเที่ยวในประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 7 แสนล้านบาท” ได้แก่ 1) การจัดโครงการเด่นตลอดปี ในพื้นที่ 5 ภูมิภาค ไม่น้อยกว่า 500 โครงการ เพื่อให้คนไทยท่องเที่ยวได้ทุกเดือน เพื่อเพิ่มปริมาณความถี่ในการท่องเที่ยว และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2) เปิดแนวคิดการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ “Dream tourism” นำความฝันในใจของทุกคน เป็นแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว ให้คนไทยใช้ชีวิตตามใจฝันในการเดินทาง ซึ่งต้องขอชมท่านผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คุณธวัชชัย อรัญญิก ซึ่งท่านได้คิดโครงการดีดีแบบนี้ โดยมีการเปิดทำเลท่องเที่ยวแห่งใหม่ถึง 10 แห่ง ทั่วทุกภาคของประเทศ และทุ่มเทผลักดันส่งเสริมการท่องเที่ยงของไทยอย่างจริงจัง ขอเป็นกำลังใจให้ปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเกินกว่าเป้าหมายนะครับ
โดยธนาคารกสิกรไทยเองก็เป็นหนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจ ที่พร้อมจับมือให้การสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศผ่านการให้บริการบัตรเครดิตกสิกรไทย ที่เน้นตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเรื่องการเดินทาง สุขภาพ ช็อปปิ้ง และการให้สิทธิประโยชน์ตอบสนองไลฟ์สไตล์ครบทุกด้าน
ล่าสุดกับการเปิดตัวแคมเปญยิ่งใหญ่แห่งปี “บัตรเครดิตกสิกรไทย บัตรเดียว เที่ยวเหมาลำ” ที่ให้ลูกค้าท่องเที่ยวได้ทุกสัปดาห์กว่า 100 เที่ยวบิน กับเที่ยวบินเช่าเหมาลำพิเศษเฉพาะลูกค้าบัตรเครดิตกสิกรไทย ไปแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในประเทศตลอดทั้งปี ได้แก่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย สุราษฎร์ธานี ตรัง หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ ตราด ขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานี โดยลูกค้าที่สนใจสามารถแลกรับตั๋วเครื่องบินไปกลับเส้นทางบินในประเทศ ด้วยคะแนน KBank Reward Point เพียง 1,000 คะแนนบวกเงิน 1,000 บาท ทุกวันศุกร์ตลอดทั้งปี 2557 เริ่มเที่ยวบินแรกวันที่ 7 มี.ค.นี้เป็นต้นไป
ท่านที่สนใจก็อย่าลืมไปจับจองพื้นที่รับความสุขกันได้นะครับ โดยทำการจองตั๋วได้ที่ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว เวลา 17.00-18.00 น. ทุกวันศุกร์ ให้เวลาพักผ่อนกับตัวท่านและครอบครัว หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน ความเครียด และปัญหาที่รุมเร้าชีวิต แล้วท่านจะรู้ว่าเมืองไทยมีดีอีกเยอะ แล้วพบกันนะครับ







