
ชี้เด็กจบใหม่เตะฝุ่นเพียบ
เอกชนฟันธงเลือกงานเงินดีสาเหตุหลักกระทุ้งเรียนภาษาหาประสบการณ์เพิ่ม
เอกชนฟันธงเลือกงานเงินดีสาเหตุหลักกระทุ้งเรียนภาษาหาประสบการณ์เพิ่ม
แมนพาวเวอร์ ชี้ปีนี้เด็กจบใหม่ยังเตะฝุ่นเพราะเลือกงาน แนะเรียนภาษาหาประสบการณ์เพิ่ม
น.ส.สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แมนพาวเวอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ช่วงไตรมาส 4 ปี 2556 มีผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน หรือเด็กจบใหม่มากถึง 1.14 แสนคน โดยอาจมีสาเหตุจากปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจนั้น เชื่อว่าไม่ใช่ทั้งหมดของปัญหา เพราะสาเหตุที่เด็กไทยยังตกงานน่าจะมาจากปัญหาดั้งเดิม เช่น การเลือกงานมากกว่า
“เด็กจบใหม่เปรียบเทียบลักษณะงาน มีความคาดหวังสูง งานไหนเงินเดือนน้อยก็ไม่ทำ แม้การเมืองและเศรษฐกิจไทยจะประสบปัญหา แต่งานบริการ งานลูกค้าสัมพันธ์ บริษัทยังหาคนป้อนตลาดไม่เพียงพอด้วยซ้ำ” น.ส.สุธิดา กล่าว
นอกจากปัญหาการเลือกงานแล้ว เด็กจบใหม่ยังมีปัญหา 2 เรื่อง คือ 1.ไม่รู้ความต้องการของตัวเอง ขาดการวางแผนอนาคต 2.สิ่งที่สนใจเรียนไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มอาชีวศึกษา ที่กว่า 70% เบนเข็มไปเรียนปริญญาตรีแทนออกมาหางานทำ
น.ส.สุธิดา กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาของเด็กจบใหม่ ได้แก่ 1.หยุดเลือกงาน ทั้งผู้ปกครองและเด็กต้องปรับทัศนคติ เพราะบริษัทส่วนใหญ่ไม่ยินยอมจ้างเด็กจบใหม่ด้วยเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท ดังนั้น การหาประสบการณ์จึงเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อไปต่อยอดการเติบโตในสายอาชีพในอนาคต นอกจากนี้ อาชีพที่เงินเดือนไม่ถึง 1.5 หมื่นบาทบางอาชีพ ยังมีสวัสดิการอื่นๆ ซึ่งรวมกันแล้วอาจได้มากกว่า 1.5 หมื่นบาท เช่น งานบริการ งานขาย จึงไม่ควรมองแค่เงินเดือน
2.ต้องเพิ่มทักษะด้านภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ตลอดจนภาษาที่ 3 เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 3.วางแผนอาชีพให้สอดคล้องกับความ ต้องการตลาด เช่น ภาคธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งจะมีการเปิดเสรีบุคลากรในวิชาชีพจากข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ของอาเซียน 4.หากค้นพบว่าอาชีพที่เรียนอยู่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการทำงาน ให้ไปฝึกงานหรือเรียนเสริมด้านอื่นเพิ่มเติม เพิ่มพูนทักษะด้านอื่นที่อยากทำ
“สำหรับเด็กจบใหม่ที่ว่างงานอยู่ เราไม่แนะนำให้เรียนต่อปริญญาโทแทน เพราะยังไม่มีประสบการณ์การทำงานจะทำให้ต่อยอดไม่ได้ ควรจะหางานทำไปก่อน แล้วเรียนภาษาหรือเรียนอย่างอื่นคู่ขนานกันไป” น.ส.สุธิดา กล่าว







