posttoday
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป มีความน่าสนใจ

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป มีความน่าสนใจ

04 มีนาคม 2557

เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวใน 1-2 ปีข้างหน้าจากการฟื้นตัวของสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น หากพิจารณาภาพรวมนับว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยคาดการณ์การขยายตัวในปี 2557 อยู่ที่ 3.7% นำโดยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Countries) ที่มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวใน 1-2 ปีข้างหน้าจากการฟื้นตัวของสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น หากพิจารณาภาพรวมนับว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยคาดการณ์การขยายตัวในปี 2557 อยู่ที่ 3.7% นำโดยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Countries) ที่มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

โดยตลาดหุ้นที่มีความโดดเด่นในปี 2557 ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นต่อเนื่องจากการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ชินโสะ อาเบะ ที่ชูยุทธศาสตร์ใหม่ Abenomics หรือนโยบายธนู 3 ดอก ด้วยการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายควบคู่กับนโยบายการคลังที่กระตุ้นการลงทุนของภาครัฐและการสร้างยุทธศาสตร์ของประเทศใหม่ ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าเพื่อช่วยกระตุ้นการส่งออก โดยหลังจากดำเนินนโยบาย Abenomics มาปีเศษ ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลดีต่อภาพรวมความเชื่อมั่นนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นมากขึ้น ซึ่งในปี 2013 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นถือเป็นตลาดหุ้นที่สร้างผลตอบแทนที่สูงที่สุด โดยอยู่ที่ 56.72% ซึ่งทางเราคาดว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีทิศทางที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องสำหรับปีนี้ จากผลต่อเนื่องของนโยบาย Abenomics

ขณะที่ประเทศเกาหลีใต้ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกจากการที่เกาหลีใต้มีสัดส่วนการส่งออกสูงถึง 50% ของจีดีพี โดยมีสินค้าเทคโนโลยีเป็นสินค้าหลัก นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังเป็นประเทศที่เกินดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดการเงินมีภูมิคุ้มกันจากความผันผวนของกระแสเงินอันเนื่องมาจากการถอนนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ทั้งนี้ ตลาดหุ้นของเกาหลีทำการซื้อขายในระดับราคาที่น่าสนใจ โดยมีค่า P/E ของตลาดเพียง 89 เท่า ขณะที่บริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรสูงถึงประมาณ 20%

ในส่วนภูมิภาคยุโรป ปี 2557 จะเป็นปีที่ยุโรปหลุดพ้นจากเศรษฐกิจถดถอย (Recession) โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน และยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อการกระตุ้นให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้ ปัญหาของประเทศในกลุ่ม PIGS ได้แก่ โปรตุเกส อิตาลี กรีซ และสเปน ที่ประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างมากในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมา เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว จึงเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน

สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนใน 1-2 ปีข้างหน้า ส่งผลให้เฟดทำการลดการกระตุ้นด้วยนโยบายการเงินต่อเนื่องในปีนี้ และอาจเริ่มทยอยขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้าหากเริ่มเห็นสัญญาณเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยาวนานมาเกือบ 5 ปี จึงแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะที่ตลาดมีการปรับฐานในการตัดสินใจเข้าเพิ่มน้ำหนักการลงทุน

สำหรับแนวโน้มการลงทุนหุ้นไทยปี 2557 การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจจะมีการปรับลดลงอยู่ที่ประมาณ 2-3% ซึ่งจัดว่าต่ำกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ปัจจัยการเมืองยังคงไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมันของนักลงทุนต่างชาติในการเข้าลงทุนประเทศไทย การใช้จ่ายภายในประเทศ การลงทุน รวมไปถึงโครงการภาครัฐมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะดำเนินนโยบายคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ด้วยภาวะปัจจัยลบที่มากกว่า ย่อมส่งผลต่อความไม่แน่นอนในการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยได้รับรู้ปัญหาเหล่านี้ไปมากพอสมควรแล้ว หากมีพัฒนาการทางการเมืองที่ดีขึ้นน่าจะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาอีกครั้ง

ตลาดหุ้นไทยในปีนี้เชื่อว่าจะมีความผันผวนสูงต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา คาดการณ์การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนน่าจะไม่สูงมากเหมือนปีที่ผ่านๆ มาโดยโตที่ประมาณ 10% โดยเรามีมุมมองว่าตลาดหุ้นจะปรับตัว Sideway ในปีนี้ โดยผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1015% ซึ่งถือว่าไม่มากนักหากเทียบกับความผันผวนที่มีค่อนข้างมาก กลยุทธ์ที่เหมาะสำหรับปีนี้คือ “ลงซื้อ ขึ้นขาย” โดยหาก P/E Ratio ของตลาดลงมาที่ 10-11 เท่า น่าจะเป็นจังหวะในการทยอยซื้อ แต่หาก P/E ปรับเพิ่มขึ้นไปเกิน 12-13 เท่า ควรขายทำกำไรบางส่วน เพื่อเป็นการเก็บสะสมกำไรจากการลงทุน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน