
ส่งออกยุโรประทึก
กระทบแค่กรีซทุบไทย0.1% หากขยายเป็นโดมิโนแย่1.5%
โพสต์ทูเดย์
— คาดวิกฤตยุโรปกระทบส่งออกไทย 0.4% มูลค่า 613 ล้านเหรียญสหรัฐ แนะดูค่าบาท ขณะเอกชนหันหาเอเชีย โดยใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าที่ทำไว้ให้มากที่สุดนายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยการศึกษาผลกระทบวิกฤตหนี้ยุโรปกับการส่งออกไทยว่า หากปัญหาวิกฤตครั้งนี้อยู่เฉพาะในกรีซจะกระทบต่อการส่งออกของไทย 0.1% แต่หากผลกระทบลามไปโปรตุเกสจะกระทบส่งออก 0.20.4% หรือ 613 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นกรณีที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากที่สุด และกรณีเลวร้ายสุด หากผลกระทบของกรีซลุกลามไปยังโปรตุเกส สเปน ไอร์แลนด์ และอิตาลี จะกระทบการส่งออก 1.21.5% คิดเป็นมูลค่า 2,533 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่ค่าเงินบาทที่อยู่ในระดับแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่าง 4245 บาทต่อยูโรนั้น จะยังไม่กระทบต่อส่งออกของไทยมากนัก แต่หากวิกฤตกรีซลามไปทั่วยุโรป น่าจะเริ่มส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในช่วงไตรมาส 3ซึ่งจะส่งผลมากน้อยแค่ไหนคงต้องขึ้นอยู่กับการจัดการปัญหาภายในของยุโรปเองด้วย
ดังนั้น รัฐบาลควรดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมใกล้เคียงกับภูมิภาค หรืออยู่ที่ 4142 บาทต่อยูโร เพราะหากค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 4040.5 บาทต่อยูโร จะทำให้การส่งออกไทยไปกลุ่มยุโรปลดลง 270540 ล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องปรับตัว หาโอกาสตลาดอื่นมาทดแทนส่วนที่กระทบ โดยใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าต่างๆ ที่ไทยได้กับกับหลายๆ ประเทศ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้ตลาดเอเชียมาชดเชยแทนตลาดยุโรปที่เสียไป
นายอัทธ์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการช่วยเหลือกรีซ ขณะนี้กรีซได้รับเงินกู้ระยะ 3 ปี วงเงิน 1.45 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.1 แสนล้านยูโร จากประเทศสมาชิกยูโร 16 ประเทศ และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งอนุมัติเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2553 แต่กรีซมีหนี้ทั้งหมด 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งต้องดูว่าเงินจำนวนนี้เพียงพอที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดได้หรือไม่
รวมทั้งเงินก้อนใหม่วงเงิน 7.5 แสนล้านยูโร หรือ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จะสามารถกู้วิกฤตครั้งนี้ขึ้นมาได้หรือไม่ ก็ต้องดูว่ากรีซจะจัดการปัญหาภายในประเทศ เช่น ลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือ 3% ในปี 2557 ตามระเบียบของอียูได้หรือไม่ ซึ่งกรีซอาจจะต้องแก้ไขปัญหา ด้วยการลดเงินเดือนข้าราชการ ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ 21 เป็นร้อยละ 24 ขึ้นภาษีน้ำมัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ 10% รวมทั้งจัดการปัญหาการประท้วงทางสังคมภายในประเทศให้ได้ ไม่เช่นนั้นปัญหาจะลุกลามไปอีกหลายประเทศ
สำหรับมูลค่าการส่งออกไทยไปยุโรปมีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นสัดส่วน 10% ของส่งออก ทั้งหมดโดยไทยทำการค้ากับกลุ่มประเทศ โปรตุเกส อิตาลี ไอร์แลนด์ กรีซ และสเปน (PIIGS) ในปี 2552 มีมูลค่าการค้าจำนวน 4,645 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งออก 2,711 ล้านเหรียญสหรัฐ นำเข้า 1,934 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยได้ดุลการค้า 526.79 ล้านเหรียญสหรัฐ







