
เปิดกองทุนช่วยชาวนาคึก"เศรษฐา"บริจาค1แสน
ธ.ก.ส. เชื่อ การตั้งกองทุนชาวนาเป็นทางออกที่ดี คาดมีดอกเบี้ยจ่ายไม่เกิน 126 ล้าน จากเป้าระดมทุน 2 หมื่นล้าน
ธ.ก.ส. เชื่อ การตั้งกองทุนชาวนาเป็นทางออกที่ดี คาดมีดอกเบี้ยจ่ายไม่เกิน 126 ล้าน จากเป้าระดมทุน 2 หมื่นล้าน
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยภายหลังเปิดโครงการกองทุนช่วยเหลือชาวนา ที่เริ่มเปิดรับเงินบริจาคและเงินสมทบวันนี้วันแรกว่า การตั้งกองทุนนี้น่าเป็นทางออกที่เหมาะสม ทำให้ธนาคารไม่ต้องออกพันธบัตรเอง โดยเชื่อว่าจะมีคนใจบุญเข้ามาช่วยชาวนามาก คาดว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในบัญชีสมทบแบบมีผลตอบแทนคงไม่เกิน 126 ล้านบาท เมื่อเทียบจากเป้าทั้งหมด 2 หมื่นล้านบาท ถือว่าน้อยมากถ้าเทียบกับเงินที่ได้จัดสรรจากงบ 57 วงเงิน 5,500 ล้านบาท
นายลักษณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับเงินการระบายข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ประมาณ 8,000 ถึง 1 หมื่นล้านบาทต่อเดือน ซึ่งจนถึงเดือนกันยายน คาดว่า จะมีวงเงินที่ได้จากการระบายข้าวรวมกว่า 7-8 หมื่นล้านบาท มากกว่าวงเงินที่ระดมได้จากกองทุน จึงเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในการคืนเงินต้นให้แก่ผู้สมทบเข้ากองทุน
ทั้งนี้ นายลักษณ์ พร้อมทั้งผู้บริหารระดับสูงและพนักงาน ร่วมบริจาคและสมทบเงินเข้าโครงการ "รวมหัวใจสีเขียวช่วยชาวนา" เพื่อนำไปตั้งกองทุนช่วยเหลือชาวนา โดย ธ.ก.ส.ประเดิมบริจาคเงินเข้ากองทุน บัญชีออมทรัพย์ ธ.ก.ส. เลขที่ 0200-3-3477-582 สาขาบางเขน จำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจากเงินทุนหมุนเวียนของธนาคารเอง และยังสมทบเข้ากองทุน ชนิดคืนต้น ไม่มีผลตอบแทนอีก 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีคนดัง อาทิ เศรษฐา ศิระฉายา ที่มาร่วมสมทบกองทุนชาวนาแบบไม่มีดอกเบี้ย 100,000 บาท
สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือชาวนา สามารถร่วมบริจาคและเงินสมทบเงิน ได้ 3 รูปแบบ โดยรูปแบบแรก คือ เงินบริจาค โดยโอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธ.ก.ส. เลขที่ 0200-3-3477-582 สาขาบางเขน หรือ ฝากที่ธนาคารธ.ก.ส.ที่มีอยู่กว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ
รูปแบบที่ 2 คือ สบทบเงินเข้ากองทุน ชนิดคืนต้น ไม่มีผลตอบแทน และรูปแบบที่ 3 สบทบเงินเข้ากองทุน ชนิดคืนต้น มีผลตอบแทน ในอัตราร้อยละ 0.63 ต่อปี ซึ่งรูปแบบที่ 2 และที่ 3 สามารถบริจาคได้ไม่จำกัดจำนวน ขั้นต่ำ 1,000 บาท ซึ่งจะเปิดรับความช่วยเหลือไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ และกองทุนจะคืนเงินให้แก่ผู้สมทบในวันที่ 31 ธันวาคม 2557







