
คนเมินใช้สาขาแบงก์เน้นเบิกเอทีเอ็ม80%
โพสต์ทูเดย์
— ประชาชนเมินสาขาหันไปใช้บริการเอทีเอ็มแทนที่ถึง 80%นายอนุชิต อนุชิตานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันลูกค้าทั่วไปนิยมใช้บริการทางการเงินผ่านตู้เอทีเอ็มในจำนวนที่มากขึ้นและไปสาขาน้อยลงมาก โดยจากการรวบรวมพบว่าสัดส่วนปริมาณธุรกรรมผ่านอิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 80% ขณะที่ปริมาณธุรกรรมผ่านสาขาเหลือ 20% และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเอทีเอ็มเป็นช่องทางธุรกรรมอิเล็ก ทรอนิกส์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย แตกต่างจากต่างประเทศที่ลูกค้านิยมอินเทอร์เน็ตที่สุด
ทั้งนี้ หากวัดแง่อัตราเติบโต อินเทอร์ เน็ตแบงกิงจะเติบโตสูงกว่า โดยเติบโตสูงถึงปีละเท่าตัวทุกปี ขณะที่ธุรกรรมการเงินทางโทรศัพท์กลับไม่ค่อยได้รับความนิยม เป็นเพียงช่องทางให้บริการลูกค้าเท่านั้น
นายอนุชิต กล่าวว่า ธุรกรรมเอทีเอ็มเพิ่มขึ้นมหาศาลก็จริง แต่รายได้ของสถาบันการเงินต่อเครื่องกลับลดลง เพราะมีค่าใช้จ่ายด้านไอทีสูงมาก
นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ลูกค้าหันมาทำธุรกรรมผ่านเอทีเอ็มเกือบ 80% ของธุรกรรมที่ทำผ่านเอทีเอ็มได้ อีก 20% ที่แม้จะทำผ่านเอทีเอ็มได้ แต่เลือกไปทำผ่านสาขา ด้วยเหตุผลส่วนตัว เช่น ต้องการใบสลิปไปเป็นหลักฐาน หรือถอนเงินที่มีเศษ หรือไม่สบายใจที่จะใช้เอทีเอ็ม
นอกเหนือจากนี้ ถ้าเป็นธุรกรรมตัวเลขกลมๆ ลูกค้าหันมาใช้เอทีเอ็มหมดแล้ว
“
แนวโน้มนี้เพิ่มมาอย่างต่อเนื่อง เดิมใช้เอทีเอ็ม 60% แล้วเพิ่มเป็น 70% จนล่าสุด 80% ซึ่งเป็นการเติบโตที่เริ่มเห็นอิ่มตัวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนนี้ลงทุนเพิ่มก็อาจไม่คุ้ม เพราะจำนวนคนใช้เอทีเอ็มอิ่มตัว ขณะที่ธนาคารลงทุนปีละ 2030% แต่ธุรกรรมโตแค่ 510% เท่านั้น” นายวีรวัฒน์ กล่าวนายประดิษฐ์ เลี่ยวศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ในระยะ 23 เดือนที่ผ่านมา ธุรกรรมเอทีเอ็มเติบโตขึ้น 510 เท่า ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุการณ์ชุมนุมหรือไม่ แต่คาดว่าน่าจะเป็นเพราะบริการบัตรเดบิต โน ลิมิต ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถกดเงินข้ามธนาคารได้มากกว่า และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการยึดราชประสงค์มีไม่มาก เมื่อเทียบกับฐานลูกค้าทั่วประเทศ







