
ภารกิจนายใหม่“โยโกฮามา”ฝ่าปัจจัยรุมเร้า
โดย...ภัทร์ สุริยะโชติ
โดย...ภัทร์ สุริยะโชติ
กว่า 24 ปีในแวดวงธุรกิจยางรถยนต์ที่มีส่วนผลักดันแบรนด์ “โยโกฮามา” เป็นที่รู้จักมาตั้งแต่การวางแผนธุรกิจ การวางแผนการตลาด และการจัดจำหน่าย ส่งผลให้ ซาโตชิ ฟูจิตสึ ผู้จัดการทั่วไปของ OE ฝ่ายวางแผนธุรกิจยาง บริษัท ยางโยโกฮามา ญี่ปุ่น ได้รับความไว้วางใจให้ก้าวขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท โยโกฮามา ไทร์ เซลส์ ประเทศไทย คนใหม่ กับงานท้าทายในการนำพายางโยโกฮามาฝ่าปัจจัยลบทั้งจากเศรษฐกิจและการเมืองในไทย
ปัจจัยลบทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและปัญหาจากการชุมนุมทางการเมืองได้ส่งผลให้ธุรกิจยางรถยนต์ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันกับธุรกิจอื่นๆ ในช่วงสองไตรมาสแรกของปี 2557 เนื่องจากผู้บริโภคยังคงชะลอการจับจ่ายในสินค้าต่างๆ แต่หากสถานการณ์การเมืองคลี่คลายจะทำให้ตลาดยางรถยนต์รวมคาดว่าจะมียอดขายราว 10 ล้านเส้น เท่ากับปีที่ผ่านมา กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งได้ในระยะเวลา 12 ปี
จากสภาพตลาดยางรถยนต์รวมที่หดตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมีการปรับแผนธุรกิจในปี 2557 ใหม่ นอกเหนือจากการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบ 360 องศาแล้ว บริษัทเตรียมที่จะขยายสัดส่วนในตลาดการผลิตยางป้อนให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ (โออีเอ็ม) จากที่ก่อนหน้าบริษัทได้ผลิตยางให้กับค่ายรถยนต์อย่าง มิตซูบิชิ โตโยต้า นิสสัน ฮีโน่ และอีซูซุ 6 ล้อมาแล้ว จะเจรจากับค่ายรถอื่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป้าหมายจะเพิ่มเป็นเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับการเจรจากับค่ายรถ
สำหรับสัดส่วนยอดขายระหว่างตลาดโออีเอ็มและตลาดทดแทน (อาร์อีเอ็ม) เดิมอยู่ที่ 50% ต่อ 50% จะเพิ่มเป็นสัดส่วน 60% ต่อ 40% ตามลำดับ ซึ่งไม่ได้เป็นการลดสัดส่วนยอดขายในตลาดอาร์อีเอ็มลง เนื่องจากบริษัทหวังจะเพิ่มยอดขายสินค้าทั้งสองตลาด โดยได้ตั้งเป้ายอดขายตลาดอาร์อีเอ็มเพิ่มขึ้นเป็น 3.5 แสนเส้น แบ่งเป็นยางรถยนต์นั่ง 45% กลุ่มยางรถปิกอัพรวมกับเอสยูวี 45% และรถบัสกับรถบรรทุกอีก 10% จากปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายทั้งสิ้น 3.3 แสนเส้น
“เป้าหมายดังกล่าวถือเป็นงานที่ท้าทายมากสำหรับบริษัทในปีนี้ ในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันที่ยังคงยืดเยื้ออยู่” ฟูจิตสึ กล่าว
สำหรับแผนการลงทุนของบริษัทในปีนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาด้านการเพิ่มกำลังการผลิต และการพิจารณาด้านการเพิ่มเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายจากที่มีอยู่ 300 แห่ง และศูนย์บริการอีก 20 แห่ง ซึ่งในส่วนการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานต้องพิจารณาจากสถานการณ์ทางด้านยอดขายรวมของบริษัทด้วย ขณะที่การขยายเครือข่ายนั้นบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มอย่างแน่นอน เพื่อรองรับลูกค้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยจะขอศึกษาตลาดก่อน
ขณะที่นโยบายด้านสินค้าของบริษัทจะเน้นรักษาคุณภาพของสินค้าให้คงความเป็นพรีเมียมแบรนด์ไว้ โดยรุ่นที่ทำยอดขายได้มากที่สุดในปีที่ผ่านมาคือ รุ่น แอดวานซ์ ดีบี (เดซิเบล) ซึ่งเป็นยางสำหรับรถยนต์นั่งประเภทนุ่มเงียบ และปีนี้จะยังเน้นทำตลาดในกลุ่มยางรถยนต์นั่งประเภทคอมแพ็กและอีโคคาร์ โดยเฉพาะตลาดยางสำหรับรถยนต์อีโคคาร์ที่ได้วางตลาดไปหลายรุ่นในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา และถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนยางพอดี
จากกลยุทธ์ที่วางไว้ นายใหญ่คนใหม่ของ โยโกฮามา ไทย เชื่อว่าจะนำพาบริษัทฝ่าปัจจัยลบที่รุมเร้าไปได้แน่นอน







