
ธุรกิจหมุนเงินไม่ทัน
ทีเอ็มบีชี้ม็อบยืดเยื้อกระทบกระแสเงินสดกลุ่มเฟอร์นิเจอร์อสังหาฯส่อแววลำบาก
ทีเอ็มบีชี้ม็อบยืดเยื้อกระทบกระแสเงินสดกลุ่มเฟอร์นิเจอร์อสังหาฯส่อแววลำบาก
ทีเอ็มบี ชี้พิษม็อบเศรษฐกิจวูบ กระทบกระแสเงินสดผู้ประกอบการ แนะเพิ่มเงินสำรอง
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี เตือนผู้ประกอบการหมั่นตรวจสอบกระแสเงินสดและภาวะธุรกิจของคู่ค้าเป็นประจำเพื่อปรับตัวให้ทันสถานการณ์ หลังจากพบว่าปัญหาทางการเมืองอาจยืดเยื้อเข้าสู่ไตรมาส 2 ของปี และเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการประสบความยากลำบากในการบริหารจัดการธุรกิจมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบ มักจะมีสัดส่วนดอกเบี้ยต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่สูง ทำให้ต้องแบกรับภาระชำระหนี้ในภาวะกระแสเงินสดที่ไม่แน่นอน และหากเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เวลาหมุนเงินสดหลายวัน ปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้ออาจส่งผลให้กระแสเงินสดดังกล่าวสะดุดหรือติดขัดในเรื่องการเบิกจ่าย ซ้ำเติมภาวะธุรกิจที่ไม่แน่นอนอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ธุรกิจผลิตและขายเฟอร์นิเจอร์ เป็นธุรกิจที่มีระยะเวลาการหมุนเงินสดนานอาจถึง 95 วัน รวมทั้งมักมีสินค้าคงเหลือในสต๊อกสูง และการชุมนุมได้ทำให้การขนส่งสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ลำบากขึ้น จนลูกค้าอาจยกเลิกการตัดสินใจซื้อ กระทบต่อเงินสดและความสามารถในการชำระหนี้
นอกจากนี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกกลุ่มที่ต้องเอาใจใส่เรื่องกระแสเงินสดเป็นพิเศษ เพราะมีวงจรหมุนเงินสดมากกว่า 5 เดือน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจใกล้พื้นที่ชุมนุม เพราะลูกค้าชะลอการซื้อ รวมทั้งธุรกิจผลิตเสื้อผ้าก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะรายที่พึ่งยอดขายจากในประเทศเป็นหลัก เพราะมีระยะเวลาหมุนเงินสดช้าถึง 103 วัน และมักมีสินค้าค้างสต๊อกสูงมากกว่า 3 เดือน อาจประสบปัญหาสภาพคล่องได้
ด้านธุรกิจท่องเที่ยว แม้จะมีวงจรการหมุนเงินสดไม่นานมากนัก แต่เป็นธุรกิจที่มีระดับหนี้และดอกเบี้ยเมื่อเทียบกับกระแสเงินสดเป็นสัดส่วนสูง และผู้ประกอบการยังได้ผลกระทบโดยตรงจากการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติตระหนกกับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศ ทำให้ยกเลิกห้องพักและงดใช้บริการบริษัททัวร์
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมาก ควรวางแผนปรับตัวเพื่อรับมือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และควรประสานงานกับเจ้าหนี้และสถาบันการเงินแต่เนิ่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อทำความเข้าใจและมีเวลาในการเตรียมตัวหากมีความจำเป็นต้องขอยืดเวลาชำระหนี้ ไม่ว่าจะเป็นค่าวัตถุดิบ หรือการชำระหนี้ต่างๆ ออกไป ตลอดจนชะลอการลงทุนที่อาจกระทบต่อกระแสเงินสดออกไปก่อน และเตรียมวงเงินสภาพคล่องสำรองให้มากขึ้น







