posttoday
ส่องธุรกิจฟาสต์ฟูดเจอแรงกดดันศก.-การเมือง

ส่องธุรกิจฟาสต์ฟูดเจอแรงกดดันศก.-การเมือง

26 กุมภาพันธ์ 2557

ธุรกิจฟาสต์ฟูดปี 57 เผชิญแรงกดดัน เศรษฐกิจ ต้นทุน และการเมือง คาดปีนี้เติบโตกรอบ 5.7-7.8%

ธุรกิจฟาสต์ฟูดปี 57 เผชิญแรงกดดัน เศรษฐกิจ ต้นทุน และการเมือง คาดปีนี้เติบโตกรอบ 5.7-7.8%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินแนวโน้มธุรกิจอาหารฟาสต์ฟูด ระบุว่า การริเริ่มประกอบธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดโดยเชนร้านอาหารขนาดใหญ่ในประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ดังจะเห็นได้จากความนิยมในการเลือกร้านอาหารฟาสต์ฟูดเป็นสถานที่รับประทานอาหารนอกบ้าน รวมถึงความนิยมในการใช้บริการร้านอาหารฟาสต์ฟูดเพื่อจัดส่ง (Delivery) อาหารนอกสถานที่ ที่ส่งผลให้มูลค่าตลาดธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดอย่างคึกคัก

ร้านอาหารฟาสต์ฟูดขยายสาขา ขยายการให้บริการ และทำการตลาดต่อเนื่องจากปี' 56

ในภาพรวมของปี 2556 พบว่า ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดได้ขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองหลักทางเศรษฐกิจ รวมถึงขยายสาขาไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเพื่อรองรับการให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดยังได้มีการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับรูปแบบและพฤติกรรมการรับประทานอาหารของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้บริการร้านอาหารฟาสต์ฟูดเพิ่มขึ้น ดังจะเห็นได้จากการปรับเมนูอาหารให้สามารถตอบโจทย์คุณค่าตามหลักโภชนาการสอดคล้องกับแนวโน้มการดูแลรักษาสุขภาพของลูกค้า การสร้างสรรค์เมนูอาหารให้มีความหลากหลายสามารถรับประทานได้ทั้งเป็นมื้อหลักและเป็นอาหารว่างเพื่อกระตุ้นให้เกิดความถี่ในการเข้ามาใช้บริการของลูกค้า การออกเมนูอาหารราคาประหยัดเพื่อดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นให้เข้ามารับประทานอาหารที่ร้านมากขึ้นเพื่อขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติม การปรับเมนูอาหารให้มีความสอดคล้องกับวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของไทยและปรับรสชาติอาหารให้เป็นรสชาติที่ลูกค้ามีความคุ้นเคยยิ่งขึ้น รวมถึงการกำหนดตำแหน่งการแข่งขันของร้านให้เป็นศูนย์รวมของกลุ่มคน หรือ Community

สำหรับในปี 2557 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดก็ยังคงมีทิศทางขยายการลงทุนผ่านการขยายสาขาและขยายการให้บริการ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองหลัก รวมถึงต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองรองต่างๆ โดยพบว่า รูปแบบการขยายสาขาและขยายการให้บริการมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น กรุงเทพฯและปริมณฑลซึ่งมีข้อจำกัดในด้านการหาทำเลที่ตั้งสาขาใหม่ๆเนื่องจากมีความหนาแน่นของสาขาร้านอาหารฟาสต์ฟูดในแทบทุกพื้นที่แล้ว ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดในบางสาขาที่มีทำเลที่ตั้งของร้านเป็นแบบ Stand Alone ทั้งในพื้นที่แหล่งธุรกิจและพื้นที่ปริมณฑลจึงมุ่งเน้นขยายการให้บริการทดแทน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการให้บริการ 24 ชั่วโมง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตนอกบ้านในยามค่ำคืนของผู้คน การให้บริการแบบ Drive-through เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองที่มีความเร่งรีบและมีข้อจำกัดในด้านเวลา รวมถึงการให้บริการจัดส่งอาหารโดยการสั่งผ่านช่องทางออนไลน์และแอพพลิเคชั่น

สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดก็ยังคงมีทิศทางขยายสาขาไปในจังหวัดที่เป็นหัวเมืองหลัก ตามการขยายสาขาของห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ และคอมมูนิตี้มอลล์ รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดยังขยายสาขาไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเพื่อรองรับการให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สำหรับในส่วนของต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองรองต่างๆนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดก็ยังคงมีทิศทางขยายสาขาตามการขยายสาขาของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบจากการเป็นผู้ประกอบการรายแรกๆที่เข้าไปประกอบธุรกิจ และขยายฐานลูกค้าใหม่ในพื้นที่นั้นๆ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดยังมีแนวโน้มขยายสาขาไปตามสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในเส้นทางหลักสำหรับการเดินทางไป-กลับต่างจังหวัดในรูปแบบร้าน Stand Alone รวมถึงเพิ่มเติมการให้บริการแบบ Drive-through เพื่อตอบโจทย์ในด้านจุดบริการอาหารระหว่างการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

นอกจากการขยายสาขาและขยายการให้บริการแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมองว่า ในปี 2557 นี้ ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดก็ยังทำการตลาดที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายควบคู่กันไป ยกตัวอย่างเช่น การจัดแคมเปญในวาระต่างๆ เช่น มหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ เทศกาลเฉลิมฉลองประจำปี เป็นต้น รวมถึงยังมีการจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าตลอดทั้งปี ทั้งในรูปแบบการแลกซื้อสินค้าพรีเมี่ยมต่างๆ การลดราคาอาหาร และการจัดอาหารชุดที่สอดคล้องกับความต้องการที่แตกต่างกันไปของลูกค้าเป้าหมายกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มครอบครัว กลุ่มวัยทำงาน กลุ่มวัยรุ่น เป็นต้น

คาดปี'57 การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ต้นทุนในการประกอบธุรกิจที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนด้านการเมือง กดดันร้านอาหารฟาสต์ฟูดโตเพียงร้อยละ 5.7 - 7.8

แม้ว่าแนวโน้มการขยายสาขา การขยายการให้บริการ รวมถึงการแข่งขันทำการตลาดอย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้มูลค่าตลาดของธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดเติบโตสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2557 นี้ ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดก็ยังต้องเผชิญแรงกดดันสามประการหลักซึ่งเป็นความท้าทายในระยะสั้น ดังรายละเอียดต่อไปนี้

--> การชะลอตัวทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร : ภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยบั่นทอนกำลังซื้อของลูกค้า ประกอบกับหนี้สินภาคครัวเรือนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ลูกค้ามีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเกี่ยวกับการรับประทานอาหารมากขึ้น กล่าวคือ ลูกค้าอาจเลือกรับประทานอาหารฟาสต์ฟูดเฉพาะมื้ออาหารที่มีความจำเป็นเท่านั้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อรายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูด

--> ต้นทุนการประกอบธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดสูงขึ้นส่งผลให้กำไรของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดลดลง : แนวโน้มต้นทุนผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดที่สูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ราคาเนื้อสัตว์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจ้างพนักงานจำนวนมากเพื่อตอบโจทย์ด้านความรวดเร็วในการให้บริการลูกค้า ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นทั้งในส่วนของก๊าซหุงต้มและค่าไฟฟ้า รวมถึงการเช่าสถานที่ในห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ และคอมมูนิตี้มอลล์ ในทำเลที่ตั้งที่ดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการย่อมมีค่าเช่าสถานที่ในระดับสูง ในขณะที่ผู้ประกอบการมีข้อจำกัดด้านการขึ้นราคาอาหาร ย่อมส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดได้รับอัตรากำไรที่ลดลง

--> ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ด้านการเมืองส่งผลให้ลูกค้าที่ใช้บริการร้านอาหารฟาสต์ฟูดมีจำนวนลดลง : ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ด้านการเมืองส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดในสาขาที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่มีการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งจะมีจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการลดลง รวมถึงสาขาในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญก็จะได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงคาดการณ์ว่า ในปี 2557 นี้ ธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 30,600 - 31,200 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปี 2556 ที่คาดการณ์ว่าธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 29,000 ล้านบาท หรือเติบโตอยู่ในกรอบร้อยละ 5.7 - 7.8   ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างชะลอตัวจากปี 2556 ที่ได้ประมาณการการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 12.3 โดยร้านอาหารฟาสต์ฟูดที่คาดว่าจะเติบโตอย่างโดดเด่นในปี 2557 นี้ ได้แก่ ร้านอาหารประเภทไก่ทอดและเบอร์เกอร์ ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากความยืดหยุ่นในการขยายการให้บริการ ทั้งในรูปแบบการให้บริการ 24 ชั่วโมง และรูปแบบ Drive-through

ส่องธุรกิจฟาสต์ฟูดเจอแรงกดดันศก.-การเมือง

การเติบโตของธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดในอดีตที่ผ่านมาซึ่งสามารถขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ต่อปี ได้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ปี 2557 นี้ ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดจำต้องเผชิญกับภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ด้านการเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดเติบโตได้ต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2557 นี้ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ประกอบกับภาวะการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าต่างๆที่ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง ย่อมส่งผลให้ผู้คนมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเลือกรับประทานอาหารฟาสต์ฟูด ซึ่งเป็นอาหารที่มีระดับราคาสูงกว่าอาหารทั่วไป รวมถึงหากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ด้านการเมืองในต้นปี 2557 นี้ ยังคงมีความยืดเยื้อ ที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดในสาขาที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่มีการชุมนุมทางการเมืองและสาขาในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ก็จะยิ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดเติบโตได้เพียงร้อยละ 5.7 เท่านั้น

ในขณะเดียวกัน หากเศรษฐกิจของประเทศขยายตัว ส่งผลให้ผู้คนมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ประกอบกับพื้นที่ที่มีการชุมนุมทางการเมืองมีความคลี่คลายได้โดยเร็ว ก็จะส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าวสามารถดำเนินธุรกิจไปได้ตามปกติ รวมถึงธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดอาจยังจะได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่คลายความกังวลในการเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย ซึ่งจะเลือกใช้บริการร้านอาหารฟาสต์ฟูดในสาขาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆ ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดสามารถเติบโตได้ถึงร้อยละ 7.8 ตามที่คาดการณ์ไว้ได้

จับตา คู่แข่งขันที่มากขึ้น ทางเลือกในการรับประทานอาหารที่หลากหลายขึ้น และข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของคนต่างจังหวัด เป็นความท้าทายในระยะยาว

การเติบโตของมูลค่าตลาดธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดอย่างต่อเนื่อง ย่อมดึงดูดผู้เล่นรายใหม่ๆเข้าสู่ตลาด ในขณะที่ลูกค้ามีทางเลือกในการรับประทานอาหารที่หลากหลายมากขึ้นกว่าในอดีต จึงอาจส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงมากขึ้นในการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด แม้ว่าผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดจะมุ่งขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดเพื่อช่วงชิงพื้นที่จากคู่แข่งขันและขยายฐานลูกค้าใหม่ๆก็ตาม แต่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ก็ยังมองว่า มีสามประเด็นหลักที่เป็นความท้าทายในระยะยาวที่ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดจำเป็นต้องจับตามอง เพื่อนำมาสู่การกำหนดกลยุทธ์ในการแข่งขันในอนาคตได้อย่างเหมาะสม ดังรายละเอียดต่อไปนี้

--> คู่แข่งขันที่มากขึ้นอันเนื่องมาจากผู้เล่นรายใหม่ๆเข้ามาในตลาด : การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดรายใหม่ๆที่เข้ามาในตลาด ไม่เพียงแต่ร้านอาหารประเภทไก่ทอด เบอร์เกอร์ และพิซซ่าเท่านั้น  แต่ยังรวมถึง ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่กำหนดตำแหน่งในการแข่งขันของตนเองให้อยู่ในระดับเดียวกันกับร้านอาหารฟาสต์ฟูด กล่าวคือ เป็นร้านอาหารบริการตนเองที่มีความสะดวกรวดเร็ว ในระดับราคาที่ใกล้เคียงกับร้านอาหารฟาสต์ฟูด ในขณะที่ชูจุดเด่นในด้านความแปลกใหม่ของเมนูอาหาร มีเมนูอาหารให้เลือกอย่างหลากหลาย รวมถึงยังปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ผ่านขั้นตอนการปรุงที่พิถีพิถัน เพื่อเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับลูกค้าในการเลือกใช้บริการ ย่อมส่งผลให้การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากมีจำนวนผู้เล่นรายใหม่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดมากขึ้น

--> ทางเลือกในการรับประทานอาหารที่หลากหลายขึ้น : ในปัจจุบัน ลูกค้ามีทางเลือกในการรับประทานอาหารนอกบ้านที่หลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะเลือกรับประทานอาหารฟาสต์ฟูดในมื้ออาหารนอกบ้านที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ ยังพบว่าในปัจจุบันลูกค้ามีทางเลือกในการรับประทานอาหารที่บ้านหลากหลายขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารพร้อมปรุง รวมถึงอาหารพร้อมทาน เช่น อาหารแช่แข็ง ซึ่งสามารถหาซื้อได้จากร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไปและมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนาน ทางเลือกในการรับประทานอาหารที่หลากหลายขึ้นดังกล่าวนี้ อาจส่งผลให้ลูกค้ามีแนวโน้มเลือกใช้บริการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดลดลง ส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดที่อาจลดลงในระยะยาว ทั้งในส่วนของรายได้จากการรับประทานอาหารในสาขาที่ให้บริการ และรายได้จากการให้บริการจัดส่ง

--> ข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของคนต่างจังหวัดที่ยังไม่สูงมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับคนกรุงเทพฯ : จากทิศทางการขยายสาขาของธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดไปในพื้นที่ต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองรองต่างๆ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบจากการเป็นผู้ประกอบการรายแรกๆที่เข้าไปประกอบธุรกิจในพื้นที่และขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดเผชิญความท้าทายในด้านกำลังซื้อของคนในพื้นที่ต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองรอง ซึ่งพบว่ายังไม่สูงมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับคนในพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดที่เป็นหัวเมืองหลักซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ จึงอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ที่มาจากฐานลูกค้าใหม่ในพื้นที่ต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองรองของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูดที่อาจไม่สูงดังที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงอาจต้องใช้ระยะเวลาในการคืนทุนที่ยาวนานกว่าสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯและหัวเมืองหลัก

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน