posttoday
"โค้ชชิ่ง" นักบริหารยุคใหม่ตอบโจทย์ธุรกิจข้ามแดน

"โค้ชชิ่ง" นักบริหารยุคใหม่ตอบโจทย์ธุรกิจข้ามแดน

26 กุมภาพันธ์ 2557

ธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องเติบโตแบบข้ามพรมแดนมากขึ้น

โดย...สมหทัย โมสิกะ

ธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องเติบโตแบบข้ามพรมแดนมากขึ้น ทำให้องค์กรจำเป็นต้องเตรียมพร้อมบุคลากรให้รับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในวิธีการติดอาวุธให้กับพนักงานขององค์กรสมัยนี้ คือ การโค้ชชิ่ง ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในองค์กรที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

อัจฉรา จุ้ยเจริญ โค้ชด้านภาวะผู้นำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอคคอมแอนด์อิมเมจ อินเตอร์เนชั่นแนล อธิบายว่า จากข้อมูลในปี 2555 พบว่าการพัฒนาบุคลากรขององค์กรต่างๆ จะใช้วิธีการเรียนรู้ในห้องเรียนลดลง แต่หันมาพึ่งการโค้ชชิ่งมากขึ้น เป็นการสอนหน้างาน การสอนแบบตัวต่อตัว และการสอนเป็นกลุ่ม ที่จะมาแรงเรื่อยๆ และการโค้ชชิ่งจะเป็นการติดตามดูว่า พนักงานสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่อย่างไร

“การโค้ชชิ่ง คือ การดึงศักยภาพของคนในองค์กรออกมา ต้องดูว่าคนคนนั้นอยากทำอะไร มีวิธีปฏิบัติไปสู่เป้าหมายอย่างไร ซึ่งคนเป็นโค้ชจะช่วยปรับให้สอดคล้องกับสิ่งที่องค์กรต้องการ และหากองค์กรไทยสามารถทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าจะสามารถดึงคนเก่งมาร่วมงานได้ หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งคนยุคนี้จะมีทางเลือกในการทำงานมากขึ้น”

เมื่อถามถึงแนวทางการพัฒนาผู้นำในยุคเออีซี อัจฉรา แจกแจงว่า ภาวะผู้นำที่สำคัญในยุคนี้มี 3 ประการหลัก ได้แก่ ความฉลาดด้านวัฒนธรรม (Cultural Intelligence) ผู้นำองค์กรยุคที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรมและเชื้อชาติสูง จะต้องเข้าใจวัฒนธรรมของคนต่างชาติ ต้องตัดอคติที่คิดว่าวัฒนธรรมของประเทศตนเองดีที่สุด ประเทศของตนเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค แต่จะต้องเปิดใจเพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจความเหมือนและแตกต่างของวัฒนธรรมของคนในองค์กรที่อาจมาจากหลากหลายประเทศมากขึ้นด้วย

ประการที่ 2 คือ วุฒิภาวะทางอารมณ์ (Emotional Quotient) หรืออีคิว ผู้นำจะต้องสามารถดูแลความเครียดของตนเองได้ เมื่อต้องบริหารคนที่มาจากพื้นฐานที่ต่างกัน จะต้องรู้ถึงข้อดีและข้อเสียของตนเองในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และต้องเข้าใจผู้อื่น

ประการที่ 3 คือ ความฉลาดทางจริยธรรมและคุณธรรม (Moral Quotient) ซึ่งมีความสำคัญมาก เนื่องจากการออกไปทำงานหรือทำธุรกิจในต่างประเทศ นอกจากผู้บริหารจะเป็นตัวแทนขององค์กรแล้ว ยังถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศด้วย จึงต้องรักษาชื่อเสียงของประเทศ เพราะคงไม่มีใครต้องการให้คนในประเทศอื่นมองว่าองค์กรดูแลคนทำงานแบบไม่เท่าเทียมกัน แบ่งว่าเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ

“การไปบริหารคนชาติอื่น แต่ใช้ความเป็นคนไทยอยู่ ไม่ได้พยายามปรับตัวเข้าหาคนอื่น อาจทำให้การทำงานเกิดปัญหาได้ เช่น คนแต่ละประเทศมีวิธีแสดงให้หัวหน้าเห็นว่าตัวเองมีความสามารถ ทำงานหนักไม่เหมือนกัน หัวหน้าต้องเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ด้วย”

นอกจากภาวะผู้นำสำคัญ 3 ประการดังกล่าวแล้ว อัจฉรา ยังแนะนำผู้บริหารที่ต้องออกไปทำงานในต่างประเทศด้วยว่า จะต้องทำความเข้าใจคนท้องถิ่นว่าเป็นอย่างไร เพื่อที่สามารถปรับตัวทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ชาวฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ชอบการให้รางวัลแนวบันเทิง เป็นกันเอง ร้องเพลง เล่นดนตรี ก็ควรจะปฏิบัติไปในแนวทางนั้น

“อย่าทำให้คนรู้สึกว่าสำนักงานใหญ่เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง นโยบายทุกอย่างต้องมาจากสำนักงานใหญ่ แต่ต้องทำให้คนทุกสำนักงานรู้สึกเหมือนเป็นทีมเดียวกัน”

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน