
ธปท.ชี้การเมืองยืดเยื้อไม่ทำให้บาทผันผวนยังแข่งขันได้
ธปท.ชี้สถานการณ์ทางการเมืองไม่กระทบเงินบาทผันผวน สามารถเคลื่อนไหวตามสกุลภูมิภาคสนับสนุนให้ผู้ประกอบการยังแข่งขันได้
ธปท.ชี้สถานการณ์ทางการเมืองไม่กระทบเงินบาทผันผวน สามารถเคลื่อนไหวตามสกุลภูมิภาคสนับสนุนให้ผู้ประกอบการยังแข่งขันได้
น.ส.วงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า จากปัญหาการเมืองในขณะนี้ มีผลให้นักลงทุนต่างชาติคาดการณ์สถานการณ์และมองปัจจัยต่างๆในประเทศไทยแตกต่างกัน ซึ่งส่งผลให้ทิศทางการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทไม่ชัดเจนนัก แต่อย่างไรก็ตามแม้การเมืองจะไม่นิ่ง ไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไร แต่ค่าเงินบาทก็ไม่ได้ผันผวนไปตามปัจจัยที่นักลงทุนมองมากนัก โดยยังเคลื่อนไหวตามทิศทางสกุลเงินในภูมิภาค
“ค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีมาถึงตอนนี้แข็งค่าขึ้นประมาณ 2-3% แข็งในระดับเดียวกับสกุลภูมิภาค แต่เงินบาทเราไม่ผันผวนเหมือนหลายๆสกุล เช่น เกาหลี มาเลเซีย ไต้หวัน ที่เขาเคยแข็งระดับ 6-7% กว่าจะปรับตัวลงมา ซึ่งเงินบาทเราอยู่ระดับนี้มาตลอด แม้จะมีการเมืองมากระทบเงินบาทก็ไม่ผันผวน ช่วยให้ภาคการส่งออกและนำเข้าแข่งขันได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปกำหนดค่าเงินไว้ที่ 31-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐค่อยจะแข่งได้” นางวงษ์วธูกล่าว
น.ส.วงษ์วธู เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ทำให้นักลงทุนต่างชาติที่มีบัญชีเงินบาทหรือนันเรสซิเด้นท์ขายหุ้นออกกว่าครึ่งหนึ่ง ของมูลค่าที่เคยเข้ามาซื้อไว้ แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯยังสามารถบวกอยู่ได้ ที่สำคัญเงินจากขายหุ้นนักลงทุนเหล่านี้ก็ยังไม่ขนออกไปจากไทย โดยบางส่วนกลับเข้ามาซื้อหุ้นใหม่ บางส่วนปรับไปลงทุนในตลาดพันธบัตรแทน ทำให้การซื้อขายเงินบาทมีความสมดุลไม่ผันผวนจากเทขายหุ้นหรือมุมมองของนักลงทุนที่มองหลากหลาย ทำให้เงินบาทผันผวนจากการขายหุ้นหรือการนำเงินออกนอกประเทศ นอกจากนี้ภาวะที่การส่งออกขยายตัวได้ดีทำให้ผู้ประกอบการส่งออกรอขายเงินเหรียญสหรัฐอยู่ด้วย ทำให้แรงขายหุ้นออกนำเงินบาทมาซื้อเงินเหรียญสหรัฐของนักลงทุนต่างชาติ กับการรอขายเงินเหรียญสหรัฐของผู้ส่งออกสมดุลกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวไม่ผันผวนแต่นักลงทุนก็ควรระวังความเสื่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาด ด้วยการซื้อป้องกันความเสี่ยง (Hadging) เอาไว้ด้วย ซึ่งเท่าที่ติดตามดูรายใหญ่ไม่น่าห่วงเพราะส่วนใหญ่ซื้อป้องกันความเสี่ยงไว้อยู่แล้ว แต่ธปท.ห่วงรายย่อยที่ไม่ค่อยซื้อป้องกันความเสี่ยง เพราะคิดว่าทำให้ต้นทุนสูง ทั้งที่การป้องกันความเสี่ยงไม่ต้องซื้อทั้ง 100%ก็ได้ แต่ควรทำบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยง







