
ปัญหาโอนเงินออนไลน์
ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินแบบออนไลน์ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความที่สะดวกสบายกว่า ไม่ต้องเสียเวลาไปทำธุรกรรมที่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคารหรือตู้เอทีเอ็ม
ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินแบบออนไลน์ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความที่สะดวกสบายกว่า ไม่ต้องเสียเวลาไปทำธุรกรรมที่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคารหรือตู้เอทีเอ็ม
แต่การทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ก็มีโอกาสสร้างปัญหาให้กับผู้บริโภคได้เช่นกัน หนึ่งกรณีที่น่าศึกษาเป็นตัวอย่าง เผื่อว่าใครเจอเหตุการณ์แบบเดียวกันจะดูรู้เท่าทันวิธีที่จะใช้แก้ปัญหา
เรื่องการโอนเงินออนไลน์ ปัญหาที่พบบ่อยคือ โอนไปแล้วไม่ถึงผู้รับ ทั้งๆ ที่เงินของเราหายไปจากบัญชี แต่ทางฝั่งผู้รับกลับบอกว่าเงินยังไม่เข้า ซึ่งการตรวจสอบเรื่องนี้ทำได้ยาก สำหรับการทำธุรกรรมออนไลน์นั้น ปกติจะต้องมีระบบเอสเอ็มเอสได้แจ้งเข้ามาที่มือถือยืนยันว่า การโอนเงินสำเร็จ โดยแจ้งทั้งทางมือถือ ผู้โอนและผู้รับโอน
แต่หากฝ่ายผู้รับมีเจตนาจะโกงเงินของเรา คือได้รับเงินแล้วแต่ยังอ้างว่าไม่ได้รับเงิน เราก็สามารถใช้วิธีตรวจสอบกับทางธนาคารได้โดยตรง ซึ่งสามารถรู้ข้อมูลได้ทันที แต่สำหรับการขอหลักฐานเป็นเอกสารยืนยันชัดเจนอาจจะต้องใช้เวลาหลายวันในการจัดการ และทางธนาคารอาจแนะนำให้ไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบ ในกรณีที่ทางธนาคารตรวจสอบข้อมูลชัดเจนแล้วว่ามีการโอนเงินไปให้ผู้รับแล้วจริงๆ
เมื่อได้หลักฐานยืนยันจากธนาคารว่าทางเราได้มีการโอนเงินสู่ผู้รับชัดเจนแล้ว เท่านี้เราก็สามารถทำหนังสือเรียกร้องขอเงินคืนจากผู้รับกรณีผิดสัญญา เพราะฉะนั้นการทำธุรกรรมออนไลน์ หลักฐานที่สำคัญที่สุดที่สามารถใช้ยืนยันการทำธุรกรรมของเราคือ ข้อความเอสเอ็มเอส ควรเก็บเอาไว้ให้ดี อย่าเพิ่งลบจนกว่าจะแน่ใจว่าการทำธุรกรรมไม่มีปัญหา และหากเกิดปัญหาหรือข้อสงสัยอะไรในการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ ให้รีบติดต่อกับทางธนาคารทันที
ใครที่อยากรู้ข้อมูลดีๆ เรื่องผู้บริโภค สามารถติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” นิตยสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของผู้บริโภค www.ฉลาดซื้อ.com, www.facebook.com/chaladsue และโทร. 02-248-3737







