posttoday
Social Enterprise แนวคิดทำธุรกิจยุคใหม่

Social Enterprise แนวคิดทำธุรกิจยุคใหม่

22 กุมภาพันธ์ 2557

ปัจจุบันธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจการที่ใส่ในเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม หรือรู้จักคุ้นหูกันเป็นอย่างดีว่า CSR กันมากขึ้น ด้วยเหตุผลเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์บริษัท เพื่อสนองเจตนารมณ์องค์กรที่ต้องการยกระดับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพก็ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลดีต่อผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้ที่เกี่ยวข้องหรือแม้กระทั้งต่อตัวธุรกิจทั้งสิ้น

ปัจจุบันธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจการที่ใส่ในเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม หรือรู้จักคุ้นหูกันเป็นอย่างดีว่า CSR กันมากขึ้น ด้วยเหตุผลเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์บริษัท เพื่อสนองเจตนารมณ์องค์กรที่ต้องการยกระดับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพก็ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลดีต่อผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้ที่เกี่ยวข้องหรือแม้กระทั้งต่อตัวธุรกิจทั้งสิ้น

ล่าสุดจากกระแส CSR ที่เริ่มเข้มข้นมากขึ้น ทำให้เกิดแนวคิดธุรกิจ Social Enterprise หรือธุรกิจเพื่อสังคม ที่ดูเหมือนว่าเริ่มส่งสัญญาณถึงจำนวนผู้เล่นที่มากขึ้น และเพื่อทำความรู้จักกับธุรกิจประเภทนี้ จึงนำบทความของ Roger Martin และ Sally Osberg ที่ตีพิมพ์ในบทวิจารณ์เกี่ยวกับนวัตกรรมทางสังคมของมหาวิทยาลัย Stanford ที่จะช่วยให้ความกระจ่าง เกี่ยวกับความหมายของการเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม โดยผู้เขียนทั้งสองคนได้ให้ความหมายหลักๆ ของผู้ประกอบการทางสังคม Social Enterprise ไว้ดังนี้

1.ความสามารถในการแยกแยะความอยุติธรรมซ่อนอยู่ในความเสมอภาค ซึ่งก่อให้เกิดการแบ่งแยก การลดความสำคัญ หรือความทุกข์ยากในภาคส่วนสังคมมนุษย์ที่ขาดแคลนช่องทางทางการเงินหรือ นโยบายทางการเมืองเพื่อที่จะได้มาซึ่งผลประโยชน์ด้วยตัวเอง

2.ความสามารถในการมองเห็นโอกาสในความอยุติธรรม ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสแห่งการเสนอแนวทางการพัฒนาซึ่งเพิ่มพูนคุณค่าทางสังคม และนำแรงบันดาลใจมาก่อให้เกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่มีความคิดสร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา กล้าหาญ และกล้าท้าทายกับผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า

3.ความสามารถในการหลอมรวมความเสมอภาคที่มั่นคงแบบใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสหรือบรรเทาความทุกข์ของกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการสร้างระบบความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และความเสมอภาคแบบใหม่นี้เอง ที่ช่วยสร้างอนาคตที่ดีกว่าของกลุ่มเป้าหมายและแม้แต่สังคมโดยรวม

หรือความเห็นของ ศาสตราจารย์ Gregory Dees จากภาควิชา Fuqua School of Business มหาวิทยาลัย Duke University ได้ให้คำจำกัดความของ Social Enterprise ไว้ว่า “Social Entrepreneurs คือ ผู้ปฏิรูปและปฏิวัติทางสังคม กลุ่มคนเหล่านี้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานจากเดิมที่เคยทำในหน่วยงานเพื่อสังคม มีทัศนวิสัยที่ชัดเจนขึ้น โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุมากกว่าการแก้ปัญหาจากปลายเหตุ พร้อมกับการสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบและการพัฒนาอย่างยั่งยืน แม้ว่าการพัฒนาดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายในท้องถิ่น แต่ทว่าผลจากการพัฒนานั้นสามารถที่จะกระตุ้นการพัฒนาระดับโลกในสาขาตางๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การดูแลสุขภาพ การพัฒนาเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ศิลปะ และสังคมอื่นๆ”

กรณีศึกษาของ Social Enterprise ในประเทศไทย ที่เกิดขึ้นและน่าสนใจ เช่น โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร การเรียนการสอนของที่นี่จะเน้นการเรียนรู้แบบองค์รวมโดยมีแนวทางพุทธศาสนาและธรรมชาติเป็นพื้นฐานให้นักเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้มีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้ปกครอง ครู และพนักงาน ในกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น ห้อง Occupational Therapy ห้องสำหรับพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือโครงการเงินฝากเพื่อการศึกษา เป็นต้น บริษัท ป่าใหญ่ครีเอชั่น จำกัด ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์สร้างสรรค์ของไทยที่ให้ความรู้และรูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจ เช่น รายการความรู้คือประทีป ที่ถ่ายทอดเรื่องราวทั้งศิลปวัฒนธรรม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และสังคม รายการทุ่งแสงตะวัน รายการมดคัน รายการสานรัก เป็นต้น รายการเหล่านี้ล้วนเป็นรายการที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ส่งเสริมความรู้ พร้อมทั้งสอดแทรกให้คนดูตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและคนในสังคม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ จ.ปราจีนบุรี เป็นตัวอย่าง Social Enterprise กว่า 30 ปี เป็นโรงพยาบาลของรัฐที่บุกเบิก ค้นคว้าวิจัยศึกษาด้านสมุนไพร มีกิจกรรมสร้างงาน สร้างรายได้แก่ชุมชน ผลิตยาสมุนไพรให้เหมาะสมมีมาตรฐาน จนเป็นที่ยอมรับของสังคมในวงกว้างจนสามารถผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรได้จำนวน 40 ชนิด ช่วยให้รัฐบาลสามารถลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้ายาจากต่างประเทศ

Social Enterprise ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก Triple Bottom Line คือ การสร้างผลตอบแทนให้แก่สังคมและชุมชน (Social) การรักษาสิ่งแวดล้อม (Environment) และการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อให้ได้มาซึ่งกำไรอย่างเป็นธรรม (Economic) โดยสามแกนหลักนี้เป็นแนวทางพื้นฐานสำคัญในการทำธุรกิจเพื่อประโยชน์ต่อสังคม โดยในเรื่อง Triple Bottom Line นี้ ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจ โดยจะขอนำเสนอเพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้กับทุกท่านในโอกาสต่อๆ ไป

(ข้อมูลจาก สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม www.csi.or.th)

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน