
ธกส.ดีเดย์ให้กู้วงเงิน8หมื่นล. ต่อชีวิตชาวนา
ธ.ก.ส.ดีเดย์ เปิดวงเงิน 8 หมื่นล้านปล่อยกู้ชาวนาที่ยังไม่ได้เงินจำนำข้าว
ธ.ก.ส.ดีเดย์ เปิดวงเงิน 8 หมื่นล้านปล่อยกู้ชาวนาที่ยังไม่ได้เงินจำนำข้าว
นายชัยวัฒน์ ปกป้อง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. จะเร่งให้เจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ออกพบลูกค้าและหัวหน้ากลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน ได้ใบประทวนแล้วยังไม่ได้เงินมาขอสินเชื่อบรรเทาผลกระทบจาก ธ.ก.ส. ที่เบื้องต้นเตรียมวงเงินไว้ 5 หมื่นล้านบาท และพร้อมขยายเป็น 8 หมื่นล้านบาทหากได้รับความสนใจ
ทั้งนี้จากมาตรการดังกล่าว เกษตรกรสามารถขอสินเชื่อเพิ่มจากหลักประกัน เดิมได้อีก 1 แสนบาทต่อราย คิดดอกเบี้ย 7% ต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 0.58% คิดแบบลดต้นลดดอก และเมื่อรวมกับวงเงินในบัตรสินเชื่อเกษตรกรที่เปิดไว้อีก 5 หมื่นบาทต่อบัตร จะทำให้เกษตรกรกู้เงินจาก ธ.ก.ส. ได้ 1.5 แสนบาทต่อราย เพื่อไปบรรเทาความเดือดร้อนระหว่างที่เกษตรกรประมาณ 1 ล้านราย รอเงินจำนำข้าวที่ยังไม่เบิกจ่ายอีก 1.2 แสนล้านบาทก่อน
เนื่องจากที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มมาตรการนี้ในวันที่ 7 ก.พ.ถึงปัจจุบัน มีเกษตรกรเข้ามาขอสินเชื่อ 2,000 ราย เป็นเงิน 720 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนบัตรสินเชื่อมีฐานลูกค้า 4 ล้านใบ แต่มีคนใช้บัตรจริงอยู่ประมาณ 3 ล้านใบ มีวงเงินหมุนเวียน คงค้างที่ 1.7 หมื่นล้านบาท จากที่เปิดวงเงินไว้ถึง 7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเกษตรกรรีบนำเงินมาใช้หนี้คืน
“อาทิตย์หน้าจะให้ทุกสาขาชี้แจงลูกค้าให้มาขอกู้ จะอนุมัติเงินให้ภายใน 3 วัน คาดว่าผลจากการเร่งประชาสัมพันธ์จะมีเกษตรกรเข้ามาขอสินเชื่อไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านบาท” นายชัยวัฒน์ กล่าว
สำหรับแนวคิดเรื่องการออกพันธบัตรระดมเงินมาช่วยเหลือชาวนาถือเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ เพราะเป็นการระดมเงินจากประชาชนและนิติบุคคลมาช่วยเหลือชาวนาโดยตรง แต่ ธ.ก.ส. คงไม่สามารถเป็นผู้ออกพันธบัตรนี้ได้ เพราะที่ผ่านมากระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันพันธบัตร ของ ธ.ก.ส. มาโดยตลอด
เช่นเดียวกับแนวคิดเรื่องการถือใบประทวนร่วม ตามที่ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ “บก.ลายจุด” ได้เดินทางมาพบผู้บริหาร ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 20 ก.พ. เพื่อเสนอแนวคิดเรื่องการถือใบประทวนร่วมนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจแต่ ต้องขอนำไปหารือในฝ่ายบริหารของธนาคารก่อน เพราะธ.ก.ส. คงไม่สามารถเปิดรับฝากเงินจากผู้อื่นเพื่อเป็นตัวกลางในการดำเนินการได้
สำหรับสถานการณ์ความคืบหน้าการถอนเงินจากธนาคารออมสิน ขณะนี้เริ่มกลับเป็นปกติแล้ว พนักงานธนาคารพยายามอธิบายสถานการณ์ของธนาคารให้ลูกค้าเข้าใจว่าธนาคารไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน (สร.อส.) และพนักงานได้รวมตัวกันเพื่อประชุมร่วมกันในการหาแนวทางขับไล่คณะกรรมการธนาคารทั้งชุด และขอโดยได้มีการออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุด มี 5 ข้อเรียกร้อง คือ 1.ให้คณะกรรมการลาออกทั้งคณะ 2.ให้ฝ่ายสื่อสารองค์กร เร่งประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางเพื่องเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน 3.ให้ธนาคารดำเนินการตามกฎหมายกับผู้อำนวยการและคณะกรรมการต่อสำนักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภายใน 15 วัน
นอกจากนี้ กลุ่มสหภาพยังได้บุกไปยังห้องทำงานของประธานธนาคาร เพื่อปิดไม่ให้กรรมการธนาคารกลับเข้ามาทำงานได้อีก
4.ให้ธนาคารเรียกเงินกู้จากธ.ก.ส.ทันที และ5.ให้ผู้บริหารออกมาชี้แจงกรณีการปล่อยสินเชื่อครั้งนี้ ว่าธ.ก.ส.ได้เสนอขอสินเชื่ออินเตอร์แบงก์ในการเสริมสภาพคล่องจริง โดยระบุว่าทั้ง 5 ข้อเรียกร้องนี้จะดำเนินการในทันที
ทั้งนี้ นายบุญสน เจนชัยมหกุล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ออกมารับหนังสือ พร้อมชี้แจงว่า จะเรียกฝ่ายจัดการมาหารือแนวทางการดำเนินการตามข้อเรียกร้องทั้งหมดต่อไป ส่วนกรณีที่จะต้องยื่นเรื่องฟ้องไปยัง ป.ป.ช.และ สตง.นั้น ต้องพิจารณาข้อกฎหมายว่ามึความผิดจริงหรือไม่ เพราะการปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์ เป็นระบบการปล่อยสินเชื่อตามปกติ และยืนยันขณะนี้ธนาคารออมสินได้รับเงินพร้อมอัตราดอกเบี้ยคืนจากธ.ก.ส.แล้ว โดยคิดอัตราดอกเบี้ยนังตั้งแต่วันที่ลงนามให้กู้เงิน
สำหรับการขับไล่คณะกรรมการออกทั้งคณะนั้น ยอมรับว่าจะส่งผลรุนแรงต่อการดำเนินงานของธนาคารในช่วงที่เกิดสูญญากาศทั้งทางการเมืองและของธนาคารเอง เพราะการบริหารงานของธนาคารนั้นจะต้องมีความสมดุลทั้งฝ่ายจัดการและฝ่ายบริหาร
นายบุญสน กล่าวอีกว่า สถานการณ์การทำธุรกรรมฝากถอนเงินของประชาชนนั้น เชื่อว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วๆ นี้ ซึ่งที่ผ่านมามีเงินไหลออกจากระบบของธนาคารสุทธิเพียง 5 หมื่นล้านบาท จึงมองว่าสภาพคล่องของธนาคารยังดีอยู่
และดึงป้ายชื่อออกไปทิ้ง







