posttoday
ย้อนรอยขัดแย้ง 2 ยักษ์เอเชียส่องโอกาสชาติอาเซียน

ย้อนรอยขัดแย้ง 2 ยักษ์เอเชียส่องโอกาสชาติอาเซียน

18 กุมภาพันธ์ 2557

ความระหองระแหงระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่นอาจจะสงบลงได้ง่ายๆ

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ความระหองระแหงระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่นอาจจะสงบลงได้ง่ายๆ ทำให้บรรดาประเทศขนาดเล็กรอบข้างต้องระมัดระวังและวางตัวให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ ทว่าในวิกฤตยังมีโอกาสซ่อนอยู่ หากประเทศไทยมีการวางยุทธศาสตร์เรื่องจีนญี่ปุ่นที่ดี

ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดงานสัมมนาวิชาการญี่ปุ่นศึกษา เรื่อง ญี่ปุ่นปะทะจีน จากน่านน้ำสู่น่านฟ้า : ผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศของไทย โดยมีสองผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศจีนและญี่ปุ่น มาถ่ายทอดข้อมูลชนวนของกรณีพิพาทหมู่เกาะเตียวหยู ไปจนถึงการที่จีนลุกขึ้นมาประกาศจัดตั้ง “เขตพิสูจน์หรือแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ” (Air Defense Identification Zone) เหนือทะเลจีนตะวันออกขึ้น

สุรชัย ศิริไกร ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายจีน จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉายภาพว่า ความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นเรื่องเขตป้องกันพิเศษทางอากาศครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยทราบกันดีว่า สองประเทศมีข้อพิพาทเรื่องเกาะเตียวหยู หรือเซนกากุ ที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้มานานแล้ว จนกลายเป็นที่มาของการประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นครั้งใหญ่ในจีน อีกทั้งกรณีที่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีที่มีความเป็นชาตินิยมขวาจัดของญี่ปุ่นเดินทางไปสักการะศาลเจ้ายาสุกุนิ ที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องของการสักการะวิญญาณของอาชญากรสงครามของญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นการไม่เคารพต่อดวงวิญญาณของเหยื่อที่ถูกญี่ปุ่นกระทำย่ำยีในสงครามโลก ยิ่งทำให้สถานการณ์ความสัมพันธ์ของสองชาติตึงเครียดยิ่งขึ้น เพราะถือเป็นการเหยียบย่ำซ้ำเติมบาดแผลชาติเอเชียหลายชาติ โดยเฉพาะจีน

ดังนั้น เมื่อวันนี้ จีนไม่ได้เป็นคนป่วยของเอเชียอีกต่อไปแล้ว แต่กลับเป็นชาติมหาอำนาจใหม่ที่มีความพร้อมทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ ที่ขึ้นมายืนอยู่ในระดับเดียว หรืออาจจะเหนือกว่าญี่ปุ่นในเวลานี้ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จีนจะต้อง “เอาคืน” ไม่ยอมถูกดูถูกเหยียดหยามต่อความไม่ยุติธรรมที่มาจากการกำหนดระเบียบโลกโดยตะวันตกเช่นครั้งในประวัติศาสตร์อีกต่อไป และที่ผ่านมาจีนก็ยืนยันชัดเจนว่า ไม่เคยรับรองกรรมการสิทธิของญี่ปุ่นเหนือหมู่เกาะดังกล่าว

ด้าน ไชยวัฒน์ ค้ำชู ผู้เชี่ยวชาญจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ให้เห็นถึงมุมมองฝั่งญี่ปุ่นเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จีนและญี่ปุ่นต่างเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ และทางทหารพร้อมๆ กันและในปี 2553 เป็นปีที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสองชาติเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เมื่อจีนแซงญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก มีการใช้งบประมาณทางทหารมากกว่าญี่ปุ่น จีนเริ่มแสดงแสนยานุภาพ โดยเฉพาะการเพิ่มกิจกรรมทางทหาร ทำให้ญี่ปุ่นเริ่มตระหนักถึงท่าทีที่แข็งกร้าวของจีนมากขึ้น

ไชยวัฒน์ เชื่อว่า จะไม่เกิดสงครามที่ใช้กำลังทหารและอาวุธระหว่างจีนกับญี่ปุ่นในระยะเวลาอันใกล้นี้ เพราะต่างฝ่ายต่างทราบดีถึงผลกระทบที่จะตามมา เช่น นโยบายเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีอาเบะนั้นจำเป็นจะต้องอาศัยการค้ากับจีน ไม่รวมถึงการที่จีนเป็นประเทศส่งออกแร่ธาตุหายากอันดับหนึ่งของโลก

ขณะเดียวกัน จีนจำเป็นต้องพึ่งพาชิ้นส่วนประกอบเครื่องจักรอุตสาหกรรมชั้นสูงจากญี่ปุ่น ดังนั้น ท่าทีที่แสดงออกจึงเป็นการตอบโต้กันไปมาโดยใช้ยุทธวิธีทางการทูต ใช้เวทีระหว่างประเทศ แต่จะไม่มีการถึงขั้นเกิดการสู้รบ

“อีกมุมหนึ่ง จะเห็นว่าการทะเลาะกันของสองยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของเอเชีย ทำให้ผลประโยชน์จะมาตกอยู่ที่ประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) ได้แก่ ไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว และพม่า ทั้งในด้านการค้าและการท่องเที่ยว และยิ่งเมื่อเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เต็มรูปแบบ จะยิ่งทำให้ประเทศเหล่านี้เนื้อหอมมากขึ้น เพราะทั้งจีนและญี่ปุ่นจะหันมาแข่งกันเอาใจภูมิภาคนี้มากขึ้น”

สำหรับประเทศไทยนั้น มองว่าในอนาคตจะได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการแข่งขันของมหาอำนาจทั้งสองประเทศ ในทางตรงคือ การขยับขยายและย้ายฐานการผลิตของญี่ปุ่นในจีนเข้ามายังประเทศไทย ส่วนทางอ้อมคือ เมื่อญี่ปุ่นเข้าไปให้ความช่วยเหลือลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า กัมพูชา และลาว ก็จะช่วยกระตุ้นให้คนในประเทศดังกล่าวมีกำลังซื้อมากขึ้น ไทยจะสามารถขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้ได้กว้างขึ้น

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วไทยจะสามารถคว้าผลประโยชน์จากความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจสองชาตินี้ได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการวางตัวและการวางนโยบายต่างประเทศนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน