
บ้านปูไตรมาสแรกกำไร2.72พันล้านวูบ43%
บ้านปู ไตรมาสแรกกำไรสุทธิจำนวน 2.72 พันล้านบาท ลดลง 43% จากงวดเดียวกันของปีก่อนเหตุราคาถ่านหินลด-เงินบาทแข็งค่า
บ้านปู ไตรมาสแรกกำไรสุทธิจำนวน 2.72 พันล้านบาท ลดลง 43% จากงวดเดียวกันของปีก่อนเหตุราคาถ่านหินลด-เงินบาทแข็งค่า
นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบ้านปู เปิดเผยว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1 ปี 2553 จำนวน 2,717.09 ล้านบาทดมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 10 บาท ลดลง 43.36% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,797.53 ล้านบาทมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 17.65 บาท
“กำไรสุทธิของไตรมาส 1 ที่ลดลงนั้นเป็นผลจากราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของบริษัทฯ ที่ปรับตัวลดลง 21 % จากงวดเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ระดับ 66.27 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณถ่านหินส่วนใหญ่ที่ส่งมอบในไตรมาสนี้มีการตกลงราคาล่วงหน้าในช่วงกลางปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาถ่านหินมีการปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และการแข็งค่าของเงินบาท รวมทั้งการบันทึกขาดทุนจากอนุพันธ์ทางการเงินโดยเฉพาะสัญญาซื้อขายถ่านหินล่วงหน้า (Coal Swap) จำนวน 117 ล้านบาท เทียบกับกำไรจำนวน 794 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว” นายชนินท์กล่าว
อย่างไรก็ตามธุรกิจไฟฟ้ามีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิจำนวน 1,265 ล้านบาท เพิ่ม 121 ล้านบาท หรือ 11 % จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าเป็นผลจากการดำเนินงานที่ราบรื่น โดยโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีกลับมาดำเนินงานตามปกติหลังจากหยุดซ่อมบำรุงประจำปีเมื่อปลายปี 2552ทั้งนี้บริษัทฯ รับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จำนวน 998 ล้านบาท (รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 172 ล้านบาท) ในขณะเดียวกันมีการบันทึกกำไรสุทธิจาก บริษัท Banpu Power Investment (China) Ltd. หรือ BPIC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าในประเทศจีน จำนวน173 ล้านบาท และเงินปันผลจากเงินลงทุนในบริษัทผลิตไฟฟ้าอีกแห่งหนึ่งจำนวน 250 ล้านบาท







