
ลีสซิ่งไอซีบีซีจับรายใหญ่ปล่อยกู้ใหม่2.5หมื่นล้าน
ลีสซิ่งไอซีบีซี จับลูกค้ารายใหญ่ ปล่อยกู้ใหม่ 2.5 หมื่นล้าน
ลีสซิ่งไอซีบีซี จับลูกค้ารายใหญ่ ปล่อยกู้ใหม่ 2.5 หมื่นล้าน
นายองอาจ วรฉัตรธาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งไอซีบีซี (ไทย) เปิดเผยว่า ในปีนี้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ให้ได้ 2.5 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา จากยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 5.3 หมื่นล้านบาท โดยจะเน้นขยายฐานลูกค้ารายใหญ่ให้ได้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าใหม่อีก 3 ราย
หมายไว้ว่าจะมียอดสินเชื่อใหม่ประมาณ 25,000 ล้านบาท ถือว่าใกล้เคียงกับปี 56 จากพอร์ตสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 53,000 ล้านบาท โดย แผนสินเชื่อเช่าซื้อในปีนี้เน้นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งขณะนี้มีเจรจารายละเอียดกับลูกค้าประมาณ 3 ราย คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ แต่จากการหารือกับ“ปัญหาตอนนี้คือผู้ประกอบการธุรกิจหลายรายไม่กล้าที่จะขยายการลงทุนเพิ่ม เพราะไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจไทยว่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองมากน้อยแค่ไหน และเห็นว่าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ ซึ่งการให้สินเชื่อส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่ต้องการการขยายกิจการ ซื้ออุปกรณ์เครื่องจักรใหม่ เพราะตลาดยังขยายการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดในประเทศ” นายองอาจ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของลูกค้ารายย่อยนั้นยังมีสัดส่วนไม่มากนัก ซึ่งการแข่งขันในปัจจุบันก็ชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวลง ดังนั้นในปีนี้จะมีการปรับสัดส่วนให้สินเชื่อรถใหม่และรถเก่าลงมาอยู่ที่ 50% จากเดิมอยู่ที่ 60% และอุปกรณ์เครื่องจักรขนาดใหญ่เพิ่มเป็น 50% จากเดิมอยู่ที่ 40%
นายองอาจ กล่าวว่า ส่วนปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลปีนี้ คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งมีลูกค้าบางรายเริ่มขอเจรจาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว และบริษัทก็พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ก็มีเศรษฐกิจไม่ดีทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ลดลง ซึ่งบางรายเริ่มขอเจรจาผ่อนชำระหนี้
โดยบริษัทจะดูปัญหาของลูกค้าและพิจารณาผ่อนผันให้เป็นรายกรณีขึ้นกับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้ามีระดับความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ทันที
ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อขึ้นกับทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่ามีแนวโน้มที่จะทรงตัว เพราะเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว แม้ว่าการส่งออกจะปรับตัวดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยที่ปล่อยให้กับรถยนต์ใหม่ขึ้นอยู่กับการวางเงินดาวน์และระยะเวลาการผ่อนค่างวด แต่เฉลี่ยอยู่ที่ 2.252.65% ในช่วงระยะเวลาการผ่อน 48 งวด และการวางเงินดาวน์ประมาณ 25% ของราคารถยนต์ อย่างไรก็ตาม ตลาดรถมือ 2 ได้ชะลอตัวลงตั้งแต่ไตรมาส 4/56 ตามภาวะตลาด เพราะปัจจุบันรถใหม่ออกสู่ตลาดมีต่อเนื่องและค่ายรถยนต์พยายามทำแคมเปญกระตุ้นยอดขายทำให้รถใหม่ได้รับความนิยมมากกว่ารถเก่า







