
ไม่ปล่อยน้ำเขื่อน
วิกฤตแล้ง กฟผ.ระงับปล่อยน้ำเขื่อนสิริกิติ์-ภูมิพล หลังเหลือแค่พันล้าน ลบ.ม. เกษตรแนะ เลื่อนปลูกนาปีไป 1 เดือน
วิกฤตแล้ง กฟผ.ระงับปล่อยน้ำเขื่อนสิริกิติ์-ภูมิพล หลังเหลือแค่พันล้าน ลบ.ม. เกษตรแนะ เลื่อนปลูกนาปีไป 1 เดือน
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศขณะนี้ ส่งผลให้มีความต้องการน้ำในภาคเกษตรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำนาปรังจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมา กฟผ.ได้ให้ความช่วยเหลือเพิ่มปริมาณการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์เต็มที่ จนถึงปัจจุบันไม่สามารถปล่อยน้ำได้อีก เพราะน้ำในอ่างทั้งสองเขื่อน เหลือรวมกันแค่กว่า 1,000 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น
ทั้งนี้ ตามแผนการปล่อยน้ำจากเขื่อนกำหนดไว้ว่า ในฤดูกาลนี้จะปล่อยน้ำ 6,000 ล้าน ลบ.ม. แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอให้ กฟผ.เพิ่มการปล่อยจากเขื่อนทั้งสองแห่ง ตั้งแต่เดือน ก.พ. อีก 1,700-1,800 ล้าน ลบ.ม. เป็นอัตราปล่อยน้ำที่สูงสุดแล้ว หากต้องการให้ปล่อยน้ำเพิ่มอีก คงต้องรอให้มีฝนตกน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในเขื่อนมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำในเขื่อนที่ลดลงต่อเนื่องยังไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า เพราะปัจจุบัน กฟผ.ใช้น้ำในการผลิตไฟฟ้าสัดส่วนเพียง 5% เท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือในปีหน้า ปริมาณน้ำที่จะสำรองไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคในฤดูกาลถัดไป เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนที่น้อยส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนก็ต่ำไปด้วย ซึ่งต้องมีการบริหาร จัดการให้เพียงพอ
ด้านนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์|กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลได้ดำเนิน “โครงการประกันรายได้เกษตรกร” ปีการเพาะปลูก 2552/2553 (รอบที่ 1) พบว่าสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิดอย่างมาก ทั้งข้าว|มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง กระทรวงเกษตรฯ ได้มีนโยบายให้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปี 2553/2554 (รอบที่ 2) โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิด
นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับการปลูกข้าวนาปีในปีนี้|เนื่องจากเกิดปัญหาฝนทิ้งช่วง จึงเห็นว่าเกษตรกรชาวนาโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จะเริ่มทำนาปีควรชะลอการทำนา หรือการไถหว่านออกไปก่อนเพื่อรอเข้าสู่ฤดูให้เต็มที่ในเดือน ก.ค. เพื่อป้องกันการเสียหายของต้นกล้าและเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดด







