posttoday
โรดแมปกรมเจรจาฯ ผนึกอาเซียนแกร่ง

โรดแมปกรมเจรจาฯ ผนึกอาเซียนแกร่ง

11 พฤษภาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — พาณิชย์เปิดโรดแมปแผนเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เน้นรวมกลุ่มอาเซียนให้เข้มแข็งเป็นตลาดเดียวเหมือนอียู

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยในโอกาสที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศครบรอบ 68 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 69 ว่า ได้มอบหมายให้จัดทำแนวทางการเจรจาการค้าระหว่างประเทศของไทย โดยให้มุ่งกระชับการรวมกลุ่มอาเซียนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะการผลักดันให้อาเซียนก้าวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เพื่อขยายการค้าการลงทุนไปสู่ตลาดในภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป

ทั้งนี้ อาเซียนได้เดินหน้าลดภาษีระหว่างกันเหลือ 0% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 ที่ผ่านมา ส่วนบริการโดยทั่วไปสามารถเคลื่อนย้ายในอาเซียนได้แล้ว ด้านการลงทุนจะเปิดให้มีการลงทุนระหว่างกันเต็มที่ ยกเว้นเพียงบางสาขาเท่านั้น ส่วนบริการปีนี้มีเป้าหมายเปิดให้อาเซียนอื่นไปร่วมลงทุนถือหุ้นในอาเซียนอีกประเทศหนึ่งได้ถึง 51% ใน 80 สาขาจาก 128 สาขา

ขณะที่ในกรอบการเจรจาองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ไทยจะให้ความสำคัญสูงสุดต่อการเจรจาการค้ารอบโดฮา ซึ่งจะร่วมมือกับสมาชิกอื่นๆ ผลักดันให้สมาชิกรายใหญ่อย่างสหรัฐและสหภาพยุโรป เร่งรัดการเจรจาให้ประสบความสำเร็จภายในปีนี้ ส่วนกรอบเอเปกจะผลักดันการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อให้การค้าในเอเปกมีความคล่องตัวสูงสุด

โดยการเปิดเสรีการค้าและการลงทุน จะร่วมกับสมาชิกเอเปกแสวงหาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม โดยต้องทำให้เอเปกมีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อให้เอเปกมีกลยุทธ์การเจริญเติบโตที่จะรองรับการฟื้นตัวหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจและเตรียมความพร้อมหากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอีกในอนาคต

สำหรับแผนการเจรจาการค้าระหว่างประเทศจากนี้ไป ไทยจะร่วมกับอาเซียนในการจัดทำการค้าเสรีกับกลุ่มจีซีซี ซึ่งเป็นประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ มีสมาชิก 6 ประเทศ คือ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกลุ่มเมอโกซัว ซึ่งเป็นตลาดร่วมแห่งอเมริกาใต้ ที่มีสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ บราซิล อาร์เจนตินา ปารากวัย อุรุกวัย และเวเนซูเอล่า โดยทั้งสองภูมิภาคนี้มีศักยภาพสูงที่จะเป็นแหล่งทุน วัตถุดิบ และตลาดที่สำคัญของไทย

นอกจากนี้ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการเจรจาอาเซียนบวก 3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้)และอาเซียนบวก 6 (จีน ญี่ปุ่นเกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) เพื่อสร้างตลาดขนาดใหญ่กว่า 3,000 ล้านคนส่วนการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ในกรอบทวิภาคี จะให้ความสำคัญกับการเร่งรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการเปิดเจรจาเอฟทีเอกับสหภาพยุโรป (อียู) การเร่งผลักดันการเปิดเสรีในกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจบังกลาเทศอินเดียพม่าศรีลังกาไทย (บิมสเทค) เพื่อเจาะตลาดเอเชียใต้ รวมทั้งการเตรียมการเจรจากับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อทบทวนเอฟทีเอที่ได้ดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง

ด้านนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า จะผลักดันให้อาเซียนเป็นตลาดเดียวเหมือนกับตลาดอียู เพราะเมื่อเป็นตลาดเดียวแล้ว อาเซียนจะมีประชากรมากเป็นอับดับ 3 ของโลก รองจากจีนและอินเดีย และมีจีดีพีใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเอเชีย รองจากจีนและญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้อาเซียนเป็นตลาดที่ดึงดูดการค้าและการลงทุนเป็นอย่างมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค