
กลุ่มแลนด์หาทุนตํ่า
กลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์บุกธุรกิจการเงินครบวงจร หาเครื่องมือการเงินผ่านเครือ LHBANK ได้ ตปท.ถือหุ้น
กลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์บุกธุรกิจการเงินครบวงจร หาเครื่องมือการเงินผ่านเครือ LHBANK ได้ ตปท.ถือหุ้น
นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHBANK) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2557 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แอลเอช จะเริ่มเปิดดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ดำเนินธุรกิจการเงินที่ครบวงจร จากปัจจุบันที่มีธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เท่านั้น
กลุ่มแลนด์จะดึงธุรกรรมการเงินที่ต้องใช้บริการจากภายนอกกลุ่มกลับมาทำเองทั้งหมด อาทิ การออกหุ้นกู้ การตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างภายในกลุ่มแลนด์
“ในอนาคตกลุ่มของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีแผนที่จะใช้เครื่องมือทางการเงินมากขึ้น และการทำธุรกิจ บล.ช่วงแรกมอบนโยบายว่ายังไม่รีบมีกำไร แต่ต้องให้กลุ่มของเราทำงานได้สะดวกครบวงจรขึ้น แค่ไม่ขาดทุนก็โชคดียังไม่ตั้งเป้าหมายอะไรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป”นายรัตน์ กล่าว
บล.แอลเอช เกิดขึ้นได้จากการเข้าซื้อใบอนุญาตจากบริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่ง บล.ถือเป็นช่องทางสำคัญในการใช้เครื่องมือการเงินทางการเงินใหม่ๆ ในการทำธุรกรรมทางการเงิน
ทางด้านธุรกิจธนาคารพาณิชย์ นายรัตน์ กล่าวว่า ภายในปีนี้ LHBANK น่าจะได้ข้อสรุปในการเจรจากับพันธมิตรธนาคารต่างประเทศ 1 ราย โดยแนวทางในการเข้ามาถือหุ้น เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่บริษัทอาจจะพิจารณาออกหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) ให้กับผู้ถือหุ้นรายใหม่ดังกล่าว เพราะต้องการเงินทุนใหม่เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่ม
สำหรับคุณสมบัติเข้ามาร่วมถือหุ้นต้องการผู้ถือหุ้นที่มีความเชี่ยวชาญในต่างประเทศเพื่อมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทที่มีความชำนาญเฉพาะในประเทศ ต้องมีเครือข่ายสาขาในต่างประเทศ
“การเจรจากับพันธมิตรใหม่คงรอการเมืองสงบถึงจะกลับมาคุยอีกครั้ง ซึ่งสัดส่วนการถือหุ้นของพันธมิตรต่างชาติใหม่อยู่ที่การเจรจา และเขามีศักยภาพจะสร้างผลประโยชน์ให้เราได้แค่ไหน หากทำได้มากเราก็ยอมให้ถือหุ้นสัดส่วนมากได้ อาจให้ถึงเท่าที่ LH ถืออยู่ก็ได้ และยังต้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เห็นชอบด้วย” นายรัตน์ กล่าว
ปัจจุบัน LHBANK ถือหุ้นใหญ่ที่สุด โดย LH จำนวน 4,200 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 34.39% ทั้งนี้ไม่นับรวมการถือหุ้นของบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) อีกจำนวน 2,637 ล้านหุ้น หรือ 21.60%
กรณีกระแสข่าวว่า LHBANK เข้าร่วมประมูลเงินให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในโครงการรับจำนำข้าวนั้น นายรัตน์ กล่าวว่า สนใจแต่ไม่ได้มีความชำนาญเรื่องการเมือง เพราะถ้าเป็นเป็นปัญหาจริงต้องรอให้ทุกอย่างสงบก่อน
นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายยอดโอนรับรู้รายได้ในปี 2557 อยู่ที่ 6,000-7,000 ล้านบาท โดยการรับรู้รายได้มาจากยอดรอโอนรับรู้รายได้ (แบ็กลอค) มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกปี 2557 มีแผนจะมีการเปิดโครงการแนวราบจำนวน 4-5 โครงการ และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกการเปิดโครงการใหม่อาจจะมีไม่มากนัก จะไปเน้นเปิดโครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง เพื่อรอดูสถานการณ์การเมือง
สำหรับแผนการตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าน่าจะมีการจัดตั้งได้ภายใน 1 ปี ตามกำหนดระยะเวลาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรอดูภาวะตลาดที่เหมาะสม
นอกจากนี้ มีแผนการจะนำสินทรัพย์โรงแรมเซ็นเตอร์พอยท์ สุขุมวิทและเพลินจิต เข้าจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) โดยยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา ซึ่งหากสถานการณ์ทางการเมืองจบลงภายในครึ่งปีแรก มีความเป็นได้ที่จัดตั้ง REIT ในช่วงครึ่งปีหลัง หากทำได้ตามแผนจะส่งให้ในปีนี้บริษัทจะมีกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เพิ่มเข้ามาด้วย







