
สัญญา"จีทูจี"จีนยาขมรัฐบาล
เป็นที่ปรากฏชัดเจนแล้วว่าในช่วงรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร การซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ถูกใช้เป็นช่องทางในการระบายสินค้าเกษตรที่รัฐบาลได้รับจากเข้าไปพยุงราคาสินค้าเกษตรผ่านโครงการรับจำนำ โดยเฉพาะข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล
เป็นที่ปรากฏชัดเจนแล้วว่าในช่วงรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร การซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ถูกใช้เป็นช่องทางในการระบายสินค้าเกษตรที่รัฐบาลได้รับจากเข้าไปพยุงราคาสินค้าเกษตรผ่านโครงการรับจำนำ โดยเฉพาะข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือ รัฐบาลใช้วิธีการขายสินค้าเกษตรแบบจีทูจีเป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงการประมูล และเกือบทุกการเจรจาจะมีรัฐวิสาหกิจจากจีนเข้ามาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น
ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ กรณีที่กระทรวงพาณิชย์ทำสัญญาขายข้าวสาร 4.8 ล้านตัน แบบจีทูจีให้รัฐวิสาหกิจจีน ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจระดับมณฑล 2 แห่ง คือ บริษัท จีเอสเอสจีอิมพอร์ตเอ็กพอร์ต คอร์ปอเรชั่น จากมณฑลกวางเจา และบริษัท ไห่หนาน เกรน แอนด์ออยอินดัสเตรียล เทรดดิ้ง คอมพานี
มีการแฉข้อมูลว่าการขายข้าวจีทูจีดังกล่าวว่าเป็นจีทูจีเก๊ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือน พ.ย. 2555 โดยระบุว่าข้าวที่ขายแบบจีทูจีไม่ได้มีการส่งออกไปจีนจริง แต่พ่อค้าข้าวที่ใกล้ชิดรัฐบาลนำข้าวสารดังกล่าวที่มีต้นทุน 810 บาทต่อกิโลกรัม มาเวียนเทียนขายให้พ่อค้าราคา 13-14 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาตลาดขณะนั้นอยู่ที่ 1516 บาทต่อกิโลกรัม กินส่วนต่าง 3-4 บาทต่อกิโลกรัม และยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ
การตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีของรัฐบาล นำไปสู่การกล่าวโทษรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการระบายข้าว เพราะ ป.ป.ช.ตรวจสอบพบว่าข้าวที่ขายแบบจีทูจีมีการส่งออกเพียง 3.75 แสนตัน พร้อมกันนั้น ป.ป.ช.ระบุว่า รัฐวิสาหกิจจีนที่กระทรวงพาณิชย์อ้างว่าเป็นการซื้อขายในนามรัฐบาลจีนก็ไม่เป็นความจริง
วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. และประธานอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตการระบายข้าว กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะอ้างว่ารัฐวิสาหกิจจีนที่ซื้อข้าวทั้งสองแห่งมาซื้อข้าวจากรัฐบาลเป็นการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีไม่ได้ เพราะไม่มีหนังสือรับรองจากประธานาธิบดีจีน หรือนายกรัฐมนตรี และแม้แต่บริษัท คอปโก้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนซื้อขายข้าวของรัฐบาลจีนมาแสดงแต่อย่างใด
“กระทรวงพาณิชย์ไม่ต้องพานักข่าวไปถึงจีนหรอก แค่นำหนังสือที่ประธานาบดีจีน นายกฯ จีน และคอบโก้มาแสดงว่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลจีนก็พอแล้ว แต่นี่ขอเอกสารไปตั้งกี่ครั้งแล้ว ก็ไม่มีใครเอาเอกสารมาให้สักที และถ้าจะยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น บริษัท การบินไทย ไปซื้อผ้าจากจีนมาตกแต่งเครื่องบิน เขาก็ไม่เรียกว่า จีทูจี” วิชา ระบุ
ล่าสุด นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ แถลงว่า บริษัท เป่ยต้าฮวง รัฐวิสาหกิจของจีน มณฑลเฮย์หลงเจียง ส่งหนังสือขอยกเลิกสัญญาซื้อขายข้าวจีทูจีกับไทย 1.2 ล้านตัน ซึ่งได้เคยลงนามในสัญญาเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งบริษัทให้เหตุผลว่ากลัวว่าจะเกิดปัญหา หาก ป.ป.ช.ชี้ว่า ถ้าจะซื้อขายข้าวจีทูจีจะต้องเป็นรัฐวิสาหกิจกลางเท่านั้น ดังนั้น เป่ยต้าฮวง เกรงว่าจะปัญหาจึงตัดสินใจยกเลิก
การขายข้าวล็อตใหญ่ของกระทรวงพาณิชย์มีอันต้องยุติลง แม้ว่าหลายฝ่ายตั้งหน้าตั้งตาพิสูจน์ว่าจะเป็นจีทูจีลวงโลกอีกล็อตหรือไม่
ไม่เพียงแต่วงการค้าข้าวเท่านั้น การซื้อขายแบบ จีทูจีดับจีนยังลามไปถึงการจัดซื้อแท็บเล็ตของรัฐบาล ซึ่งบริษัท เซิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจนท์ ชนะการประมูลจัดหาแท็บเล็ตกว่า 8 แสนเครื่อง มูลค่า 1,600 ล้านบาท แต่ก็ปิดบริษัทหนีไป ซึ่งบริษัทแห่งนี้ ก็เป็นเอกชนจากจีนเช่นกัน จึงสะท้อนได้ว่าการที่รัฐบาลไทยทำธุรกิจกับรัฐวิสาหกิจจีนและเอกชนจีนอย่างเป็นล่ำเป็นสันในยุคนี้ สร้างความปวดหัวให้รัฐบาลไทย ตลอดจนทำให้สังคมเกิดคลางแคลงใจอยู่ไม่น้อยว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร
สิ่งที่ ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ กำลังสั่นคลอนอย่างหนัก







