
เปิดแผนแม่ทัพใหม่ซีทีเอชชู 3 กลยุทธ์ปักธงผู้นำเพย์ทีวี
หลังจากเข้ามานั่งดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหารของบริษัท ซีทีเอช แล้ว 8 สัปดาห์ เชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานมาจากหลายบริษัทไม่ว่า บริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ด (ประเทศไทย) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ รวมทั้งบริษัท แคปปิตัลแมเนจเม้นท์ ก็ออกมาประกาศกลยุทธ์ที่จะนำพาซีทีเอชนั่งแท่นอันดับ 1 ธุรกิจเพย์ทีวีแทนที่ทรูวิชั่นส์ภายในปี 2558
หลังจากเข้ามานั่งดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหารของบริษัท ซีทีเอช แล้ว 8 สัปดาห์ เชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานมาจากหลายบริษัทไม่ว่า บริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ด (ประเทศไทย) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ รวมทั้งบริษัท แคปปิตัลแมเนจเม้นท์ ก็ออกมาประกาศกลยุทธ์ที่จะนำพาซีทีเอชนั่งแท่นอันดับ 1 ธุรกิจเพย์ทีวีแทนที่ทรูวิชั่นส์ภายในปี 2558
สำหรับกลยุทธ์ที่จะนำพาซีทีเอชไปถึงจุดสูงสุดของการเป็นผู้นำในธุรกิจเพย์ทีวี ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.คอนซูเมอร์เซ็นทริก หรือการเน้นความหลากหลายของคอนเทนต์ทั้งในส่วนของหนัง วาไรตี้ สารคดี และกีฬา
ขณะที่ราคาแพ็กเกจก็จะเน้นความหลากหลายมากขึ้นเช่นกัน จากเดิมซีทีเอชมีแพ็กเกจให้เลือกเพียงแพ็กเกจเดียว คือ 899 บาท แต่ปัจจุบันมีแพ็กเกจให้เลือกทั้งหมด 4 แพ็กเกจ ประกอบด้วย ซูเปอร์ พรีเมียมแพ็ก ราคา 999 บาท เอ็ดดูเทนเมนท์ แพ็กราคา 650 บาท บิ๊กแฟมิลี่แพ็ก ราคา 450 บาท และมินิแพ็ก ราคา 270 บาท
แม้ว่าปัจจุบันจะมีแพ็กเกจใหม่ให้เลือกถึง 4 แพ็กเกจแล้ว แต่เชิดศักดิ์ก็มีแผนที่จะเพิ่มแพ็กเกจการรับชมให้มีความหลากหลายมากขึ้น ด้วยการหาคอนเทนต์ใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริม ซึ่งปีนี้มีแผนที่จะเพิ่มช่องใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 10-15 ช่อง
กลยุทธ์ที่ 2 ที่จะนำมาใช้คือ พาร์ทเซ็นทริก หรือการจับมือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจมากขึ้น ซึ่งภายในไตรมาสแรกนี้คาดว่าได้สรุปอีก 12 ราย จากปัจจุบันได้จับมือร่วมกับบริษัท พี เอส ไอ โฮลดิ้ง และบริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท เทรดดิ้ง มาแล้ว เพื่อขยายฐานลูกค้าตลาดต่างจังหวัด
กลยุทธ์ที่ 3 ที่จะนำมาใช้ในปีนี้คือ อิมแพ็กดิจิตอลทีวี หรือการเดินหน้าอัพเกรดเทคโนโลยี เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นภายหลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศออกอากาศทีวีดิจิตอลอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเทคโนโลยีของบริษัทส่วนหนึ่งเข้ากฎมัสต์ แครี ลูกค้าที่ซื้อกล่องรับสัญญาณของบริษัทไปสามารถชมระบบทีวีดิจิตอลได้
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เชิดศักดิ์จะหันมาให้ความสำคัญมากขึ้นในปีนี้คือ การจัดระเบียบสมาชิกเคเบิลท้องถิ่น หรือแอลซีโอ (โลคอล แซทเทลไลท์ โอเปอเรเตอร์) ให้เหลือแต่สมาชิกที่มีคุณภาพจากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 170 ราย จะปรับให้เหลือ 100 ราย ด้วยการใช้คุณสมบัติในด้านของศักยภาพการเติบโต ต้นทุนการดำเนินงาน และความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจเป็นเครื่องตัดสิน
จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว คาดการณ์ว่าปีนี้น่าจะใช้งบในการลงทุนด้านคอนเทนต์และระบบต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งงบลงทุนดังกล่าวไม่นับรวมการลงทุนในลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (อีพีแอล) ฤดูกาล 2013/2014 ที่ได้ใช้งบลงทุนไปแล้ว 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท
ปัจจุบันซีทีเอชมีฐานสมาชิกประมาณ 5 แสนราย ซึ่งหลังจากออกมาประกาศแผนรุกดังกล่าว จนถึงสิ้นปีนี้คาดว่าจะเพิ่มฐานสมาชิกเป็น 1 ล้านราย และหากนำมารวมกับฐานสมาชิกที่คาดว่าจะเพิ่มจากการจับมือร่วมกับพีเอสไอและจีเอ็มเอ็ม แซท คาดว่าจะมีฐานสมาชิกเพิ่มเป็น 3 ล้านราย
ในส่วนของภาพรวมรายได้สิ้นปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่ง 1 ใน 6 ของรายได้ปีนี้จะมาจากการได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่ได้รับผลตอบรับดีมาก โดยปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปีที่ผ่านมา ส่งผลให้คาดการณ์ว่ารายได้ที่ได้รับจากลิขสิทธิ์อีพีแอลในปีนี้จะทำให้ซีทีเอชถึงจุดคุ้มทุนในปีแรก
การออกมาเปิดเกมรุกดังกล่าวจะช่วยให้ซีทีเอชก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจเพย์ทีวีได้หรือไม่ คงต้องรอดูผลการตอบรับของกลยุทธ์การตลาดที่นำเสนอออกไปว่าจะโดนใจผู้บริโภคมากน้อยเพียงใด เพราะถ้าไม่โดนใจจริงคงจะยากที่จะกระตุ้นให้ผู้บริโภคควักเงินออกจากกระเป๋า เพื่อจ่ายค่าแพ็กเกจในภาวะที่เศรษฐกิจตกสะเก็ดแบบนี้







