
ธปท.เผยการเมืองยังไม่กระทบหนี้เสียของแบงก์
ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นห่วงภาวะเศรษฐกิจโลกรวมถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศอาจส่งผลต่อการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์
ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นห่วงภาวะเศรษฐกิจโลกรวมถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศอาจส่งผลต่อการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์
นางนวอร เดชสุวรรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงยังไม่ส่งผลกระทบต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล เนื่องจากที่ผ่านมาเอ็นพีแอลชะลอตัวลงจากธนาคารพาณิชย์เข้มงวดการให้สินเชื่อ แต่ต้องรอดูใน 2-3 เดือนข้างหน้าอย่างใกล้ชิดว่าปัญหาการเมืองจะกระทบมากน้อยแค่ไหน แต่ยังเชื่อว่าทั้งปีสินเชื่อจะขยายตัวได้ 10% ขณะที่จีดีพีคาดว่าอยู่ที่ 4.8 -5.3%
ส่วนผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 1 ของปี 2553 ยังคงมีเสถียรภาพเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น โดยสินเชื่อรวมทั้งระบบขยายตัว 2.5% เทียบกับไตรมาส 4 ปีที่แล้วที่หดตัว 1.8% ขณะที่สินเชื่อภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้น โดยหดตัวน้อยลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้ว เหลือ 0.7% จากการส่งออกการบริโภค การลงทุนในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการเร่งใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ สำหรับสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคขยายตัว 11.6% ส่วนใหญ่เกิดจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรถยนต์ คาดว่า ในไตรมาสแรกของปี 2553 ระบบธนาคารพาณิชย์จะมีกำไรสุทธิ 2.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว 2,100 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นางนวอร กล่าวว่า แม้ความชัดเจนของการฟื้นตัวทั้งเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศมีมากขึ้น แต่ความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกยังคงมีอยู่ รวมถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยังไม่ชัดเจน อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชนทั้งการ อุปโภคบริโภคและการลงทุน ธุรกิจท่องเที่ยว และอาจกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อได้







