posttoday
กลยุทธ์การลงทุนรับภาวะการเมืองร้อนเศรษฐกิจโรย ปี 2557

กลยุทธ์การลงทุนรับภาวะการเมืองร้อนเศรษฐกิจโรย ปี 2557

04 กุมภาพันธ์ 2557

ความท้าทายในปี 2557

ความท้าทายในปี 2557

ผ่านไป 1 เดือนของปีม้า 2557 เรียกได้ว่าเป็นอีกปีที่ไม่ธรรมดาแน่นอนครับ โดยตลาดการเงินและเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังถูกปัญหารุมเร้าอยู่หลายปัจจัย

นับตั้งแต่เรื่องการเมืองที่ยังส่อแววยืดเยื้อและยังมองไม่เห็นฉากจบ ส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศซบเซา ตั้งแต่ภาคการบริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม และชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายจำนำข้าว การลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอการลงทุนแล้ว รวมไปถึงการใช้จ่ายภาครัฐที่ย่อมมีการชะงักงัน เนื่องจากไม่มีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เศรษฐกิจไทยปี 2557 จากเดิมที่คาดการณ์กันว่าจะโต 4–5%

ผู้เขียนมองว่าเป็นไปได้ที่จะมีการปรับประมาณการกันลงมาที่ 3% หรือต่ำกว่านั้นครับ

มองไปที่ตลาดการเงินและเศรษฐกิจต่างประเทศ เริ่มเห็นปัญหาในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) อย่างอาร์เจนตินา ตุรกี แอฟริกาใต้ ซึ่งล่าสุดค่าเงินอ่อนค่าอย่างหนักจากปัญหาเงินไหลออก การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างมาก และทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศซึ่งร่อยหรอลงไปมาก คล้ายกับปัญหาวิกฤตต้มยำกุ้งที่เคย เกิดขึ้นกับบ้านเราในปี 2540

ความวิตกกังวลในตลาดเกิดใหม่ส่งผลกระทบต่อประเทศในเอเชียบางประเทศที่ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากๆ อย่างอินเดียและอินโดนีเซีย โดยค่าเงินอ่อนค่าไปมากเช่นกัน แน่นอนว่าแม้ประเทศไทยจะมิได้มีปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากเท่ากับหลายประเทศที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งทุนสำรองเงินตราจัดว่ายังมีอยู่มากพอสมควร

แต่ปัญหาการเมืองในประเทศ ประกอบกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัวก็ได้กดดันค่าเงินบาทให้มีทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่องเช่นกัน

ผู้เขียนมองว่าปัญหาของประเทศในกลุ่ม Emerging Market น่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และราคาของสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงสั้น ทำให้ดัชนีของหุ้นในประเทศอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ที่ปรับขึ้นมาค่อนข้างมากประมาณ 20-50% ในปี 2556 มีการปรับฐาน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาวิกฤตค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ในครั้งนี้ ไม่น่าจะถึงขนาดฉุดทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประเทศในกลุ่ม G3 อย่างสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น น่าจะมีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี เป็นอานิสงส์ให้การส่งออกของประเทศอื่นๆ เติบโตตามไปด้วย หากมีการปรับตัวลงของตลาดหุ้นหลักๆ ของโลก น่าจะเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการทยอยสะสมการลงทุน

แนะนำลงทุนหุ้นญี่ปุ่น เอเชียเหนือ ตราสารหนี้ระยะกลาง และหุ้นกู้อนุพันธ์

สำหรับประเทศไทยน่าจะเป็นอีกปีที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2557 น่าจะไม่สูงมากเหมือนปีที่ผ่านๆ มา โดยโตที่ประมาณ 10%

ผู้เขียนมีมุมมองว่าตลาดจะปรับตัว Sideway ในปีนี้ โดยผล ตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 10–15% ซึ่งถือว่าไม่มากนัก หากเทียบกับความผันผวนที่มีค่อนข้างมาก

กลยุทธ์ที่เหมาะสำหรับปีนี้คือ “ลงซื้อ ขึ้นขาย” โดยหาก P/E Ratio ของตลาดลงมาที่ 10–11 เท่า น่าจะเป็นจังหวะในการทยอยซื้อ แต่หาก P/E ปรับเพิ่มขึ้นไปเกิน 12-13 เท่า ก็ควรที่จะขายทำกำไรออกมาบ้าง

ในการจัดพอร์ตการลงทุน ผู้เขียนเน้นย้ำเสมอให้แบ่งพอร์ตเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เสี่ยงสูงกับส่วนที่เสี่ยงต่ำ ถ้าเอาสูตรที่จำง่าย การลงทุนส่วนที่เสี่ยงสูงไม่ควรเกิน (100–อายุของเรา) เว้นแต่เราเป็นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มากจริงๆ สำหรับปี 2557 นี้ ในส่วนที่เสี่ยงสูง ผู้เขียนแนะนำให้กระจายการลงทุนจากหุ้นไทยไปลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น และประเทศในกลุ่มเอเชียเหนืออย่างเกาหลี หรือไต้หวัน สำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้นอยู่ในช่วงการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งการอัดฉีดด้านการเงินการคลัง รวมไปถึงการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับประเทศในกลุ่มเอเชียเหนืออย่างเกาหลีนั้น ได้รับประโยชน์จากการผลิตสินค้าส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและรถยนต์ไปยังประเทศยักษ์ใหญ่ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวในปีนี้

นอกจากนี้ การแบ่งสัดส่วนเล็กๆ 5–10% ไปลงทุนในทองคำก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับปีนี้ครับ ซึ่งทองคำจะทำหน้าที่หลักในการลดความเสี่ยงให้กับพอร์ตในกรณีที่ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ Emerging Market เกิดลุกลามไปมาก ความคาดหวังที่ต่ำของนักลงทุนต่อราคาทองคำ จะเป็นตัวพยุงไม่ให้ราคาทองไม่น่าลงไปกว่านี้มากนัก

ในส่วนของพอร์ตส่วนที่รับความเสี่ยงต่ำ ผู้เขียนแนะนำให้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้อายุปานกลาง ซึ่งเริ่มมีเสนอขายกันมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัวในปีนี้

ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยมีทิศทางทรงตัวหรือปรับตัวลดลงได้เล็กน้อย การลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางจะได้รับประโยชน์จากการปรับ เพิ่มขึ้นของราคาตราสารหนี้

นอกจากนี้ การแบ่งเงินในส่วนเสี่ยงต่ำไปลงทุนในตราสารหนี้อนุพันธ์ (Structure Note) ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่มากขึ้นครับ

ผู้เขียนแนะนำให้ลงทุนในตราสารหนี้อนุพันธ์ที่อิงกับการแข็งค่าของเงินหยวนประเทศจีนที่มีแนวโน้มระยะยาวแข็งค่าต่อเนื่อง ทั้งนี้ท่านนักลงทุนสามารถติดต่อซื้อตราสารหนี้อนุพันธ์ได้ทางธนาคารพาณิชย์ รวมไปถึงกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้อนุพันธ์เหล่านี้ครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน