posttoday
เศรษฐกิจไทย...ความเสี่ยงเงินทุนไหลออก

เศรษฐกิจไทย...ความเสี่ยงเงินทุนไหลออก

03 กุมภาพันธ์ 2557

ในสัปดาห์นี้ เรามองว่าเงินบาทน่าจะยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยเราให้กรอบการซื้อขายในช่วงระหว่าง 32.90-33.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากปัจจัยเรื่องการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ ประกอบกับมุมมองของนักลงทุนต่อประเทศตลาดเกิดใหม่โดยรวมในเชิงลบ ทำให้ยังต้องให้ค่าพรีเมียมกับสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินเหรียญสหรัฐ และยังไม่อยากเข้ามาถือสินทรัพย์เสี่ยงเท่าใดนัก

ในสัปดาห์นี้ เรามองว่าเงินบาทน่าจะยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยเราให้กรอบการซื้อขายในช่วงระหว่าง 32.90-33.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากปัจจัยเรื่องการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ ประกอบกับมุมมองของนักลงทุนต่อประเทศตลาดเกิดใหม่โดยรวมในเชิงลบ ทำให้ยังต้องให้ค่าพรีเมียมกับสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินเหรียญสหรัฐ และยังไม่อยากเข้ามาถือสินทรัพย์เสี่ยงเท่าใดนัก

ปัจจัยที่ตลาดน่าจะให้การจับตาอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ คือ ประเด็นเรื่องการเมืองไทยว่าจะมีความชัดเจนขึ้นหรือไม่ ขณะที่ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจ จะมีการรายงานข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของจีน ยูโรโซน และสหรัฐ และการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยูโรโซน

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การประชุมนโยบายการเงินสหรัฐ จบลงด้วยการตัดสินใจปรับลดขนาดมาตรการ QE ลงอีก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยเริ่มเข้าซื้อสินทรัพย์เพียงเดือนละ 6.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แทน 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ตามที่มีการประชุมนโยบายการเงินไปในเดือนก่อนหน้า หลังจากการประกาศดังกล่าว ทำให้ค่าเงินโดยรวม รวมถึงเงินบาทปรับอ่อนค่าลงไปตามๆ กัน ถือว่าเป็นแนวโน้มของค่าเงินโดยรวมในปีนี้ที่จะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ ตามการลดระดับการผ่อนคลายของนโยบายการเงินสหรัฐ

ขณะเดียวกัน ในปี 2558 สหรัฐน่าจะเริ่มปรับนโยบายการเงินให้มีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้นได้ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนี่ถือว่ามีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจอื่นๆ ทั่วโลก เพราะนักลงทุนอาจเริ่มมีการทบทวนกลยุทธ์การลงทุนของตน ซึ่งส่งผลให้หลายประเทศอาจไม่ได้รับผลประโยชน์จากเงินทุนของต่างชาติที่เคยไหลเข้ามาหาผลตอบแทนที่สูงกว่าอีกต่อไป

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เห็นแล้วว่า นักลงทุนเลือกที่จะโจมตีประเทศที่มีความอ่อนแอด้านปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะหากประเทศใดมีการพึ่งพาเงินลงทุนจากต่างประเทศมากๆ (สะท้อนจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมาก) อาทิ อินโดนีเซีย อินเดีย บราซิล ตุรกี และแอฟริกาใต้ จนทำให้หลายธนาคารกลางต้องออกมาปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นเพื่อดูแลค่าเงินที่ร่วงลงหนัก ซึ่งการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในภาวะที่อ่อนแออาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจภายในได้ แต่ก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดเงินไว้

สำหรับในกรณีของไทยเอง การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยไม่ได้อยู่ในระดับที่แย่ เพราะอยู่ในระดับที่เกือบสมดุล แต่ไทยเองก็ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ เพราะเศรษฐกิจอยู่ในภาวะที่อ่อนแอ ประกอบกับยังมีปัญหาการเมืองเข้ามารุมเร้า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แบงก์ชาติ และกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย โดยเป็นตัวเลขจากเดือน ธ.ค. รวมถึงภาวะเศรษฐกิจทั้งปี 2556 ซึ่งโดยรวมแล้วถือว่าเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว หลังจากที่มีการเร่งจับจ่ายใช้สอยไปแล้วตั้งแต่ปี 2555 ส่วนการส่งออกมีสัญญาณดีขึ้นในเดือนสุดท้ายของปี โดยปรับขยายตัวได้เล็กน้อยที่ 1.8% จากระยะเดียวกันปีก่อน

ทั้งนี้ แนวโน้มของเศรษฐกิจในปี 2557 คงต้องพึ่งหาอุปสงค์จากต่างประเทศเป็นหลัก เนื่องจากปัจจัยในประเทศคงถูกจำกัดจากความไม่แน่นอนเรื่องการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายของภาครัฐ หรือการลงทุนของภาคเอกชน หลังจากนักลงทุนต้องการที่จะรอประเมินสถานการณ์ไปก่อน

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.85-33.03 โดยการเคลื่อนไหวยังอยู่ในแนวโน้มที่อ่อนค่า แต่ถือว่ามีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น หลังนักลงทุนชาชินกับสถานการณ์การเมืองไทย อย่างไรก็ดี ยังเห็นแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติอยู่ ทั้งในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น โดยคิดเป็นจำนวนการขายสุทธิทั้งสัปดาห์ที่ประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท หากประเมินจากต้นปี ค่าเงินบาทยังอ่อนค่าน้อยกว่าค่าเงินของตลาดอื่น ๆ (โดยอ่อนค่าประมาณ 0.66%) ค่าเงินบาทช่วงปลายสัปดาห์ เคลื่อนไหวอยู่ที่ 32.99

ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในช่วงต้นสัปดาห์อยู่ที่ 1.3675 ขณะที่เงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้น เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากภาพรวมเศรษฐกิจของยูโรโซนและเยอรมนีที่อยู่ในภาวะการฟื้นตัวต่อเนื่อง และยังแข็งค่าได้ต่อ ถึงแม้หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ ประกาศปรับลดการซื้อสินทรัพย์ ส่วนหนึ่งเพราะว่านักลงทุนมุ่งเน้นไปที่การขายสกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีปัญหา เพื่อลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในตลาดมองว่า การแข็งค่าของเงินยูโรอาจเป็นไปได้เพียงชั่วคราว และเงินยูโรมีโอกาสอ่อนค่าในระยะยาว โดยอาจปรับอ่อนค่าไปที่ 1.30 ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ (ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเห็นปัญหาของยูโรโซนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยทั้งเวลาและความพยายามในการแก้ไข ค่าเงินยูโรช่วงปลายสัปดาห์อยู่ที่ 1.3528 ส่วนค่าเงินเยนเปิดตลาดอยู่ที่ 102.37 ปรับแข็งค่าอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ แต่ปลายสัปดาห์อยู่ที่ 102.40

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน