posttoday
จี้แยกราคาแอลพีจี

จี้แยกราคาแอลพีจี

10 พฤษภาคม 2553

หนุนรัฐบาลแยกแอลพีจี 2 ราคา เลิกอุ้มภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มมีอัตราการใช้เพิ่มขึ้น เชื่อมั่นช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯ ได้

หนุนรัฐบาลแยกแอลพีจี 2 ราคา เลิกอุ้มภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มมีอัตราการใช้เพิ่มขึ้น เชื่อมั่นช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯ ได้

นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน เปิดเผยว่า การดำเนินนโยบายตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ของรัฐบาล ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน ส.ค. 2553 นี้ ภาครัฐควรจะพิจารณายกเลิกมาตรการดังกล่าว และกำหนดให้มีแอลพีจี 2 ราคา โดยตรึงราคาแอลพีจีในภาคขนส่งและครัวเรือนไว้เพื่อช่วยลดภาระให้กับประชาชนต่อไป แต่ควรปล่อยราคาแอลพีจีให้สะท้อนราคาจริงเฉพาะที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ หากดำเนินการวิธีการดังกล่าวจะทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะเป็นบวกเพิ่มขึ้น และรัฐบาลยังสามารถนำเงินที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวมาดูแลราคาดีเซลไม่ให้เกินระดับ 30 บาท/ลิตรได้ หลังจากที่กระทรวงการคลังปฏิเสธที่จะลดภาษีสรรพสามิตเพื่อนำมาดูแลราคาดีเซล

“การนำเข้าแอลพีจีอยู่ในอัตราที่สูงเฉลี่ยเดือนละไม่ต่ำกว่าแสนตัน ซึ่งต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่า ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าเพื่อนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมทั่วไปและอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในขณะที่ยอดการใช้แอลพีจีครัวเรือนและขนส่งกลับทรงตัว ดังนั้นหากจะแยกแอลพีจี 2 ราคา จะทำให้ภาระการนำเข้าลดลงตามไปด้วย” นายมนูญ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาแนวทางการลดผลกระทบราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตรนั้น นอกเหนือจากการบริหารจัดการจากกองทุนน้ำมันฯ และการลดภาษีสรรพสามิตแล้ว ก็แทบไม่มีมาตรการใดๆ มาดูแลได้

อย่างไรก็ตาม การบริหารกองทุนน้ำมันฯ อาจใช้วิธีเรียกเก็บเงินจากกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้น แต่วิธีดังกล่าวก็ถือว่า ไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้เบนซิน เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็โดนจัดเก็บสูงเพื่อพยุงราคาแอลพีจีอยู่แล้ว

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกล่าสุด เริ่มมีการปรับลดลงต่อเนื่อง โดยเฉลี่ย 1-2 สัปดาห์ลดลงแล้ว 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยจึงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงและหากลดลงอีก มีโอกาสที่จะปรับลดราคามากกว่าปรับขึ้น แต่ในระยะยาวโอกาสที่ดีเซลจะพุ่งขึ้นทะลุ 30 บาท/ลิตร ยังมีสูงโดยเฉพาะช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวหรือปลายปี

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานควรจะประกาศยกเลิกการจำหน่ายเบนซิน 91 เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ อี20 เนื่องจากปัจจุบันมีปริมาณรถยนต์ใหม่ที่ใช้ อี20 จำนวนมาก แต่ปริมาณปั๊มยังมีจำนวนที่น้อย โดยบริษัทน้ำมันต่างชาติยังไม่สนใจที่จะจำหน่ายแต่อย่างใด

“ควรหันมาให้ความสำคัญกับการส่งเสริม อี20 ให้จริงจังแทนที่จะไปเน้นแก๊สโซฮอล์ อี85 ที่ยังมีปริมาณรถยนต์ค่อนข้างต่ำ” นายมนูญ กล่าว

ด้านนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พ.พ.) กล่าวว่า การยกเลิก เบนซิน 91 ยังเป็นเพียงแนวคิดที่อยู่ระหว่างการศึกษาซึ่งยอมรับว่ายังมีรถเก่าจำนวนหนึ่งที่ใช้แก๊สโซฮอล์ไม่ได้

ขณะที่ นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย กล่าวว่า ในความเป็นจริงปริมาณเอทานอลไม่ได้ขาดแคลน ดังนั้นรัฐบาลน่าจะยกเลิกการจำหน่าย เบนซิน 91 ได้แล้วซึ่งทางสมาคมฯ พยายามติดตามนโยบายดังกล่าวอยู่เห็นแต่เป็นนโยบายแต่ยังไม่ได้ปฏิบัติ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค