
การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2556
การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี สามารถยื่นแบบเสียภาษีได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่ง ท่านใดที่มีรายการลดหย่อนและยกเว้นภาษีหลายรายการ การคิดคำนวณภาษีต้องรอบคอบสักนิด จะได้ไม่ผิดพลาด หากยื่นแบบเสียภาษีผ่าน www.rd.go.th โปรแกรมจะช่วยคิดคำนวณภาษีให้ โอกาสคำนวณภาษีผิดพลาดแทบไม่มี เว้นแต่ กรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ถูกต้องไปด้วย
การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี สามารถยื่นแบบเสียภาษีได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่ง ท่านใดที่มีรายการลดหย่อนและยกเว้นภาษีหลายรายการ การคิดคำนวณภาษีต้องรอบคอบสักนิด จะได้ไม่ผิดพลาด หากยื่นแบบเสียภาษีผ่าน www.rd.go.th โปรแกรมจะช่วยคิดคำนวณภาษีให้ โอกาสคำนวณภาษีผิดพลาดแทบไม่มี เว้นแต่ กรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ถูกต้องไปด้วย
วิธีการคิดคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี มี 2 วิธี สรุปได้ดังนี้
วิธีที่ 1 คำนวณภาษีจากฐานเงินได้สุทธิ ตามมาตรา 48(1) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้เสียภาษีนำเงินได้พึงประเมินทุกประเภท (เงินได้ฯ ตามมาตรา 40(1)–(8) แห่งประมวลรัษฎากร) ที่ได้รับทั้งปี หักออกด้วย ค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน เหลือเท่าใด เป็นเงินได้สุทธิ แล้วให้นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้จำนวนภาษีต้องชำระ สำหรับปีภาษี 2556 เริ่มจัดเก็บภาษีในอัตราใหม่
ทั้งนี้ เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ได้รับยกเว้นภาษี อัตราร้อยละ 5 สำหรับเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 150,000 บาท แต่ไม่เกิน 300,000 บาท
ร้อยละ 10 สำหรับเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ร้อยละ 15 สำหรับเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 750,000 บาท
ร้อยละ 20 สำหรับเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 750,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ร้อยละ 25 สำหรับเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท
ร้อยละ 30 สำหรับเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 2,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 4,000,000 บาท และร้อยละ 35 สำหรับเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 4,000,000 บาทขึ้นไป
วิธีที่ 2 คำนวณภาษีจากฐานเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 48(2) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้เสียภาษีที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2)(8) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้รับทั้งปี เกินกว่า 60,000 บาทขึ้นไป นำเงินได้พึงประเมิน (ยังไม่ได้หักรายจ่ายใดๆ) ที่ได้รับในปีภาษี ไปคำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 0.50 จะได้จำนวนภาษีต้องชำระ หากคำนวณแล้วมีจำนวนภาษีต้องชำระไม่เกิน 5,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี
วิธีนี้ การคำนวณวิธีนี้จะเสียภาษีต่อเมื่อมีเงินได้พึงประเมินเกินกว่า 1 ล้านบาทขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ผู้เสียภาษียังคงต้องนำเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2)(8) แห่งประมวลรัษฎากรไปคิดคำนวณภาษีตามวิธีที่ 1 แล้วนำภาษีต้องชำระมาเปรียบเทียบกับภาษีต้องชำระในวิธีที่ 2 วิธีใดมีจำนวนภาษีต้องชำระมากกว่า ให้ชำระภาษีตามวิธีนั้น
ในปีภาษี 2556 การยื่นรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของสามีและภรรยาที่มีเงินได้พึงประเมินทั้งคู่ แต่ละฝ่ายสามารถแยกยื่นแบบเสียภาษีในนามของตนเองได้ หรือนำเงินได้พึงประเมินทั้งหมด หรือนำเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2)(8) แห่งประมวลรัษฎากรไปรวมคำนวณภาษีกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ แต่ก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
คงทราบกันแล้วเกี่ยวกับวิธีการคิดคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี สัปดาห์หน้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการหักค่าใช้จ่ายของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1)(8) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ละประเภทเงินได้พึงประเมินหักค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ หากหักได้ หักได้มากน้อยเท่าใด อย่างไร และเงินได้พึงประเมินประเภทใดที่กฎหมายไม่ให้หักค่าใช้จ่าย
สวัสดีครับ







