
ทางออกผู้ผลิตชิ้นส่วนรถไทยหลังทุนญี่ปุ่นบุก
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์
ผู้เล่นรายย่อยญี่ปุ่นบุกลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ของไทย โดยมีสาเหตุหลักมาจากภาวะการแข่งขันที่ดุดันในตลาดประเทศแม่ อัตราการขยายตัวที่สูงของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย และความคุ้นเคยของผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่มีต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไทย
นับตั้งแต่ช่วงปี 2553 เป็นต้นมา บริษัทต่างชาติได้ลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลบริษัทที่ได้รับการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พบว่า เม็ดเงินลงทุนจากผู้ประกอบการญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจาก 1.9 หมื่นล้านบาท ในปี 2553 เป็น 1.36 แสนล้านบาทในปี 2555 ในจำนวนนั้นกว่า 21% เป็นเงินลงทุนจากผู้เล่นรายใหม่ ส่วนใหญ่ลงทุนมูลค่าต่ำกว่า 500 ล้านบาท
สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรายย่อยของญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยเนื่องจาก 1.การแข่งขันที่ดุเดือดในญี่ปุ่น จากตลาดที่อิ่มตัวประกอบกับผู้ประกอบการญี่ปุ่นรายย่อยขาดศักยภาพทางเทคโนโลยีทำให้เสียเปรียบผู้ประกอบการญี่ปุ่นรายใหญ่ ทำให้ถูกบีบให้ออกไปแข่งขันในตลาดที่มีเทคโนโลยีใกล้เคียงหรือต่ำกว่ามากขึ้น
2.การขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยที่คาดว่าต่อไปจะเป็นฐานการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกหลักของอาเซียน 3.ความคุ้นเคยกับอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยที่ถูกครอบครองโดยผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของผู้เล่นรายย่อยญี่ปุ่น จะเพิ่มการแข่งขันในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ไทย เนื่องจากผู้เล่นญี่ปุ่นค่อนข้างมีความได้เปรียบ มีขนาดของบริษัทที่ใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับผู้เล่นไทย ผู้เล่นญี่ปุ่นโดยเฉลี่ยมีรายได้ 4.8 เท่าของบริษัทไทยในปี 2555 เพิ่มขึ้นจาก 4.3 เท่าในปี 2550
นอกจากนี้ ผู้เล่นรายย่อยญี่ปุ่นยังมีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีการผลิต มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การใช้เครื่องเชื่อมแขนกลในสายพาน (Robot) เพิ่มความเร็วในการผลิตและการลดการจ้างคนงาน ส่งผลให้งานผลิตมีความเสถียรมากขึ้นและประหยัดค่าจ้างคนงาน ขณะที่การใช้ Robot ไม่แพร่หลายในผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายย่อยของไทย เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา และเม็ดเงินในการลงทุน
ปัจจัยสองประการดังกล่าว ทำให้ผู้เล่นญี่ปุ่นบริหารต้นทุนการผลิตได้ดีกว่าผู้เล่นไทย โดยข้อมูลทางการเงินของผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในห่วงโซ่การผลิตระดับ Tier 2 และ 3 อัตรากำไรจากการดำเนินงานเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ของกิจการไทยอยู่ที่ 1.8% น้อยกว่าบริษัทญี่ปุ่นที่เท่ากับ 6.4% อยู่มาก เมื่อประกอบกับการบุกตลาดไทยของผู้เล่นญี่ปุ่นรายใหม่ๆ จะทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยรายย่อยแข่งขันได้ยากขึ้น
สำหรับทางออกของผู้เล่นไทย คือ การเข้าร่วมทุน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและอยู่รอดภายใต้การแข่งขันที่สูงขึ้น การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของผู้เล่นไทยรายย่อยเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งกับการอยู่รอดภายใต้การแข่งขันที่สูงขึ้น
โดยสิ่งที่ผู้เล่นไทยจะได้รับจากการร่วมทุน คือ ระดับเทคโนโลยีที่เหนือกว่าและระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ โดยปัจจัยที่ทำให้ญี่ปุ่นเข้ามาร่วมทุนกับไทย คือ ความรู้เรื่องกฎระเบียบการลงทุนท้องถิ่น และสิทธิในการครอบครองที่ดินของผู้ประกอบการไทย
นอกจากนี้ การร่วมทุนระหว่างผู้เล่นไทยและผู้เล่นญี่ปุ่นจะทำให้บริหารต้นทุนการผลิตได้ดีกว่า เนื่องจากขนาดของสายการผลิตที่ใหญ่กว่า และเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัยจากผู้ร่วมทุนญี่ปุ่น โดยอัตรากำไรเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ของกิจการร่วมทุนไทยญี่ปุ่น อยู่ที่ 6.6% พอๆ กับบริษัทญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์จีนเริ่มทยอยเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทย แม้ว่าปริมาณและมูลค่าในการลงทุนยังมีไม่มาก แต่ในอนาคตผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์จีนจะเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เนื่องจากการเข้ามาตั้งสายการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์จีน ผู้ประกอบการสามารถหาโอกาสพบผู้ประกอบการต่างชาติได้ตามงานแสดงสินค้า (Exhibition) การประชุมและสัมมนาที่จัดโดยหน่วยงานต่างๆ หรือติดต่อสอบถามผ่านซัพพลายเออร์ที่มีลูกค้าอยู่ในต่างประเทศก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายย่อยควรให้ความสำคัญกับวิจัยและพัฒนามากขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งแก่ธุรกิจในระยะยาว







