
คาดผลิตรถโต5%
รถยนต์นั่งขนาดเล็กรุ่งตามเศรษฐกิจไทยยังครองแชมป์ของภูมิภาค
รถยนต์นั่งขนาดเล็กรุ่งตามเศรษฐกิจไทยยังครองแชมป์ของภูมิภาค
คาดยอดผลิตรถยนต์อาเซียนปีนี้ขยายตัว 5% ชี้รถยนต์นั่งดาวเด่นโตตามเศรษฐกิจ
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า แม้ว่าขณะนี้ไทยซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์มีสัดส่วนกว่า 58% มีปัญหาทางการเมือง แต่ยังคาดว่ายอดผลิตรถยนต์รวมของอาเซียนจะเติบโตประมาณ 5% ในปีนี้ โดยยอดผลิตรถยนต์ในช่วง ม.ค.-พ.ย. 2556 อยู่ที่ประมาณ 4.1 ล้านคัน ขยายตัว 6.1%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555
ทั้งนี้ ประเมินว่าสถานการณ์การเมืองไทยไม่กระทบต่อการผลิตรถยนต์ เนื่องจากโรงงานอยู่นอกพื้นที่ชุมนุม โดยส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออก ซึ่งการผลิตและการขนส่งยังดำเนินการตามปกติ หากไม่มีการประกาศเคอร์ฟิวก็จะไม่ส่งผลกระทบ
ขณะเดียวกัน ความต้องการรถยนต์ทั้งตลาดในและนอกอาเซียนยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มที่คาดว่าจะขยายตัวสูง คือ รถยนต์นั่งขนาดเล็ก เพราะหลายประเทศมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) เช่น อินโดนีเซีย ขณะที่มาเลเซียได้ปรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยเฉพาะรถประหยัดพลังงาน ส่วนไทยซึ่งกำลังอยู่ระหว่างให้ยื่นขอรับส่งเสริมฯ อีโคคาร์ 2 ก็คาดว่าจะเริ่มผลิตในปี 2559 ซึ่งเริ่มใช้โครงสร้างภาษีรถยนต์ฉบับใหม่เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ความต้องการรถยนต์นั่งในอาเซียนยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามจำนวนชนชั้นกลาง โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่มีประชากรมากกว่า 200 ล้านคน และรายได้เฉลี่ยต่อหัวที่เพิ่มขึ้นมาสูงกว่า 3,500 เหรียญสหรัฐต่อปี เป็นระดับรายได้ที่ประชาชนเริ่มเปลี่ยนจากใช้มอเตอร์ไซค์มาเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ปีนี้ไทยจะยังคงเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนจาก ณ สิ้นปี 2555 ครองส่วนแบ่งการผลิตอยู่ 58% แต่อินโดนีเซียที่ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ 25% ก็มีแนวโน้มที่จะมีส่วนแบ่งการผลิตเพิ่มขึ้นจากการที่ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายได้ไปลงทุนในอินโดนีเซีย ขณะที่ตลาดในประเทศมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ ต้องติดตามความเคลื่อนไหวในมาเลเซีย หลังปรับนโยบายด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งคาดว่าการผลิตจะเพิ่มขึ้นจากช่วง 11 เดือนแรกของปี 2556 ที่มียอด 548,420 คัน ขณะที่ไทยผลิตได้ประมาณ 2.3 ล้านคัน และอินโดนีเซีย 1.1 ล้านคัน
“ต้องติดตามมาเลเซียให้ดี การเปลี่ยนนโยบายครั้งนี้น่าจะทำให้เห็นการผลิตในมาเลเซียที่สูงขึ้นในระยะต่อไป”นายสุรพงษ์ กล่าว







