
กระทุ้งไทยปรับตัวรับทรัพย์คนรวยภารต
จำนวนประชากรของประเทศอินเดียที่มีมากกว่า 1,200 ล้านคน หรือมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากจีน ทำให้อินเดียเป็นประเทศที่เนื้อหอมทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวไม่แพ้ชาติอื่นโดยเฉพาะประเทศที่ให้ความสำคัญกับภาคการท่องเที่ยว ต่างจับจ้องผุดแผนกลยุทธ์ส่งเสริมการเดินทาง เพื่อดึงนักท่องเที่ยวอินเดีย
จำนวนประชากรของประเทศอินเดียที่มีมากกว่า 1,200 ล้านคน หรือมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากจีน ทำให้อินเดียเป็นประเทศที่เนื้อหอมทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวไม่แพ้ชาติอื่นโดยเฉพาะประเทศที่ให้ความสำคัญกับภาคการท่องเที่ยว ต่างจับจ้องผุดแผนกลยุทธ์ส่งเสริมการเดินทาง เพื่อดึงนักท่องเที่ยวอินเดีย
สมทรง สัจจาภิมุข รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดอินเดีย อธิบายถึงลักษณะของชาวอินเดียว่า คนอินเดียรุ่นใหม่ได้รับการศึกษามากขึ้น ส่วนใหญ่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี พื้นฐานการใช้ภาษาอังกฤษดีกว่าคนชาติอื่นในเอเชีย ทำให้นักศึกษาอินเดียถูกจองตัวให้เข้าทำงานตั้งแต่ยังศึกษาไม่จบ คนอินเดียรุ่นใหม่จึงมีรายได้มากขึ้น บางส่วนกลายเป็นคนรวยกลุ่มใหม่ ขณะที่การใช้ชีวิตยังผูกพันกับครอบครัว ทำให้นักท่องเที่ยวอินเดียนิยมเดินทางท่องเที่ยวแบบครอบครัวคู่รัก มากกว่าเดินทางเที่ยวกับเพื่อน
ปัจจุบัน ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่คนอินเดียนิยมเดินทางมา เพราะชื่นชอบในวัฒนธรรม มิตรไมตรีของชาวไทยที่มีรอยยิ้มแห่งมิตรภาพ มีความหลากหลายทางธรรมชาติ สินค้าช็อปปิ้ง ทำให้คนอินเดียเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 10% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดในปี 2556 ชาวอินเดียเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 7 ของไทย หรือมีประมาณ 1.04 ล้านคน
คนอินเดียจำนวนมากนิยมเดินทางมาจัดพิธีแต่งงานในประเทศไทย เนื่องจากมีค่าเช่าสถานที่ถูกกว่าจัดงานในประเทศอินเดีย ผู้ประกอบการโรงแรมไทยสามารถจัดงานได้ตรงความต้องการของคู่บ่าวสาว รวมถึงการจัดงานในเมืองไทยยังเป็นการบ่งบอกสถานะทางสังคมถึงความร่ำรวยที่ได้เดินทางจัดงานแต่งงานในต่างประเทศด้วย
นอกจากนี้ พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวอินเดียนิยมเดินทางได้ตลอดทั้งปี โดยไม่จำกัดฤดูกาลเหมือนตลาดอื่นๆ และไม่อ่อนไหวต่อสถานการณ์ทางการเมืองไทยได้ง่ายเท่ากับเอเชียตลาดอื่น อย่างไรก็ตาม การประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดอินเดีย โดยมีการทยอยยกเลิกการเดินทางแล้วกว่า 10% เนื่องจากภาพข่าวมีความรุนแรง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มไม่เชื่อมั่นต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยอดการยกเลิกการเดินทางยังอยู่ในระดับน้อย เมื่อเทียบกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาติอื่น
“ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศอินเดียไม่ได้กระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยว เพราะคนอินเดียที่มีศักยภาพเดินทางไปต่างประเทศ เป็นกลุ่มคนรวยและยินดีจ่ายเงินหากถูกใจ จึงเห็นได้ว่าคนอินเดียที่มาไทยกว่า 85% นิยมขนเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี กลับบ้านตัวเอง เพราะให้ความรู้สึกว่าได้ใช้สินค้าต่างชาติ”
สำหรับแนวทางการส่งเสริมตลาดอินเดียนั้นสมทรง มองว่า เป็นตลาดที่สามารถยกระดับให้เป็นกลุ่มที่มีคุณภาพได้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันส่งเสริมการเดินทางตั้งแต่การจัดตารางเที่ยวบิน ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ควรอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอินเดีย เพื่อสร้างความพึงพอใจ
“คนอินเดียนิยมเดินทางแบบเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) เพื่อมาจัดงานแต่งงานที่เมืองไทย เฉลี่ยงานละ 12 ลำ/งาน จำนวน 100-250 คน/งาน การเดินทางเข้ามาจะนำของหมั้นเข้ามาจำนวนมาก ขั้นตอนการแสดงทรัพย์สินดังกล่าวมีความยุ่งยากซึ่งในอนาคตหากหน่วยงานภาครัฐต้องการส่งเสริมตลาดอินเดียอย่างจริงจัง ควรเร่งแก้ปัญหาขั้นตอนดังกล่าว เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนอินเดียเดินทางจัดงานแต่งงานในไทยเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 40-50 คู่/ปี เฉลี่ยใช้จ่ายคู่ละ610 ล้านบาท”
ทั้งนี้ ในช่วงที่ประเทศไทยมีปัญหาทางการเมืองประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย สิงคโปร์ ได้เร่งโฆษณาประชาประชาสัมพันธ์ เพื่อดึงคนอินเดียไปท่องเที่ยว หน่วยงานภาครัฐและเอกชนไทยจำเป็นต้องร่วมมือกันพลิกฟื้นให้ชาวอินเดียเดินทางกลับมาไทยให้เร็วที่สุด เพราะเชื่อว่าในอนาคตตลาดอินเดียจะเป็นดาวรุ่งที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยได้เหมือนกับตลาดนักท่องเที่ยวแดนมังกร







