
พึ่งบ้านบีโอไอ คุมต้นทุนสู้ศึกอสังหารายบิ๊ก
โพสต์ทูเดย์
— บริษัทอสังหาฯ รายเล็กรายกลาง หวังพึ่งบ้านบีโอไอ ลดต้นทุนผุดบ้านราคาถูกสู้รายใหญ่แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า การขอส่งเสริมการลงทุนที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง หรือบ้านบีโอไอตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กที่เข้ามาขอส่งเสริมการลงทุน ส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่มีเพียงไม่กี่บริษัทที่ขอบ้านบีโอไอ
ทั้งนี้เป็นไปได้ว่า บ้านบีโอไอเป็นช่องทางที่ผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางใช้คุมต้นทุนในการพัฒนาโครงการให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ เนื่องจากบีโอไอได้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เก็บอยู่ 30% ของเงินได้เป็นเวลา 5 ปี
สำหรับบริษัทที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา เช่น บริษัท รื่นฤดี ดีเวลลอปเม้นท์ ขอส่งเสริมที่มีนบุรี กทม. บริษัท แปซิฟิค แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ ขอที่สุขสวัสดิ์ สมุทรปราการ บริษัท พิศาล เพลซ ขอที่พระราม 2 กทม. บริษัท รีเจ้นท์ กรีน พาวเวอร์ ขอที่ ลาดพร้าว กทม. บริษัท พุทธชาด เอสเตท ขอที่บางใหญ่ นนทบุรี
บริษัท เอกธนา พร็อพเพอร์ตี้ ขอที่ บางบัวทอง นนทบุรี บริษัท คาสเซอร์พีค เรียลเอสเตท ขอที่บางบัวทอง นนทบุรี บริษัท ไวท์สยาม ดีเวลลอปเม้นท์ ขอที่ พระโขนง กทม. บริษัท อีสเทอร์น แลนด์ อมตะนคร ขอที่ อ.เมือง จ.ชลบุรี บริษัท เอส.เอ็น. แอสเซ็ท ดีเวลลอปเม้นท์ ขอที่ลำลูกกา ปทุมธานี และพระประแดง สมุทรปราการ
ส่วนบริษัทพัฒนาที่ดินในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ได้รับอนุมัติบ้านบีโอไอในช่วงไตรมาสแรกของปี คือ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ขอที่บางใหญ่ นนทบุรี บางกะปิ กทม. และโชคชัย 4 กทม. บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ขอที่ พระประแดง สมุทรปราการ และลำลูกกา ปทุมธานี เป็นต้น
สำหรับตัวเลขโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในไตรมาสแรกของปี 2553 ใน กทม.และปริมณฑล มีจำนวนรวม 13 โครงการ ขณะที่ทั้งประเทศมีจำนวน 14 โครงการ ขยายตัวถึง 225% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2552 ที่มีโครงการที่ได้รับอนุมัติเพียง 4 โครงการ เนื่องจากบีโอไอยังไม่ได้ปรับเกณฑ์ใหม่
อย่างไรก็ตาม ถือว่ายังน้อยกว่าโครงการที่ได้รับอนุมัติในไตรมาส 3 ปี 2552 ที่มี 17 โครงการ และในไตรมาส 4 ที่มี 19 โครงการ







