posttoday
ก้าวแรกสู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ (ตอน 2)

ก้าวแรกสู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ (ตอน 2)

25 มกราคม 2557

ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว เรื่อง 3 ขั้นตอนสู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งได้กล่าวไปเพียงขั้นตอนแรก

ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว เรื่อง 3 ขั้นตอนสู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งได้กล่าวไปเพียงขั้นตอนแรก คือ เปิดบัญชีเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ โดยในส่วนของการเปิดบัญชีนั้นก็แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ บัญชีเงินสด (Cash Account) และบัญชีมาร์จิน (Margin Account) ซึ่งสัปดาห์นี้จะมาต่อในส่วนที่เหลือดังนี้ค่ะ

2.บัญชีมาร์จิ้น (Margin Account) หรือเครดิตบาลานซ์ (Credit Balance) เป็นบัญชีสำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยชำระเงินค่าซื้อหลักทรัพย์เป็นเงินสดส่วนหนึ่ง และกู้ยืมเงินจากบริษัทสมาชิกอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งจะสามารถกู้ยืมได้ตามอัตราที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดในการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยระบบเครดิตบาลานซ์ ลูกค้าต้องวางเงินสดจำนวนหนึ่งไว้กับบริษัทสมาชิกเพื่อเป็นหลักประกันก่อนการซื้อขาย ซึ่งมีจำนวนขั้นต่ำไม่น้อยกว่าอัตรามาร์จิ้นเริ่มแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด และเงินจำนวนนี้จะบันทึกรายการไว้ใน Cash Balance ของลูกค้ารายนั้น

เมื่อลูกค้าสั่งซื้อหลักทรัพย์ บริษัทสมาชิกจะหักค่าหลักทรัพย์ออกจากยอดเงินดังกล่าว และหากลูกค้าซื้อเกินจำนวนเงินที่วางเป็นหลักประกันไว้ บริษัทสมาชิกจะให้ลูกค้ากู้ยืมเงินเท่ากับจำนวนที่ยังขาดอยู่ และวางหลักทรัพย์ที่ซื้อเพื่อเป็นประกัน ในกรณีที่ราคาหลักทรัพย์ปรับตัวลดลงจนถึงอัตราที่บังคับให้วางหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) บริษัทสมาชิกก็จะเรียกหลักประกันเพิ่มกับลูกค้า ซึ่งได้แก่ เงินสด หลักทรัพย์จดทะเบียน ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล บัตรเงินฝาก เป็นต้น หากไม่สามารถวางหลักประกันเพิ่มได้และราคาหลักทรัพย์ลดลงจนอัตรามาร์จิ้นเท่ากับหรือต่ำกว่าอัตราที่ต้องดำเนินการบังคับชำระหนี้ บริษัทสมาชิกสามารถบังคับให้ลูกค้าขายหลักทรัพย์ หรือบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน เพื่อนำเงินมาชำระเป็นหลักประกันในบัญชีของลูกค้าให้มาร์จิ้นมีอัตราสูงกว่าที่ต้องบังคับชำระหนี้

หลังจากเปิดบัญชีแล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 คือ การส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนสามารถทำการซื้อขายหลักทรัพย์ได้โดยติดต่อผ่านบริษัทที่ตนเป็นลูกค้าอยู่ตามวันและเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์(ยกเว้นวันหยุดทำการธนาคารพาณิชย์) วันละ 2 รอบ คือ การซื้อขายรอบเช้า (Morning Session) ตั้งแต่เวลาเปิดตลาดช่วงเช้าที่ได้จากการสุ่มเลือกในช่วง09.55-10.00 น. จนถึงเวลาปิดตลาดรอบเช้าเวลา 12.30 น. การซื้อขายรอบบ่าย (Afternoon Session) ตั้งแต่เวลาเปิดตลาดที่ได้จากการสุ่มเลือกเวลาในช่วง 14.25-14.30 น. จนถึงเวลาปิดการซื้อขายประจำวันที่ได้จากการสุ่มเลือกเวลาในช่วง 16.35-16.40 น.

อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ก่อนเวลาทำการในแต่ละรอบล่วงหน้า 30 นาที คือ ส่งคำสั่งซื้อขายในรอบเช้าได้ตั้งแต่เวลา 9.30 น. และรอบบ่ายตั้งแต่เวลา 14.00 น. ซึ่งเรียกว่า Preopening เพื่อนำคำสั่งทั้งหมดมาเรียงลำดับและคำนวณหาราคาเปิด นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเปิดให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์นอกเวลาทำการ(Offhour Trading) เพิ่มขึ้นอีก 20-25 นาที นับตั้งแต่เวลาปิดการซื้อขายประจำวันที่ได้จากการสุ่มเลือก ไปจนถึงเวลา 17.00 น. เพื่อให้ผู้ลงทุนปรับพอร์ตการลงทุนในวันนั้นๆ ให้เหมาะสมและสะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งเพื่อรองรับการซื้อขายหลักทรัพย์ข้ามตลาดระหว่างประเทศได้

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค