
"ไฮสปีดอินเทอร์เน็ต" ชุบชีวิตพลิกฟื้น SME อิเหนา
นันทิยา วรเพชรายุทธ
นันทิยา วรเพชรายุทธ
ฟิโตรติน นิซัก เป็นเหมือนแม่บ้านชาวอินโดนีเซียในต่างจังหวัดอีกหลายคนที่มีภารกิจเลี้ยงลูกเป็นหลัก โดยใช้เวลาว่างทำงานหัตถกรรมจำหน่าย ในรูปแบบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพื่อหารายได้เล็กๆ จุนเจือครอบครัว โดยไม่เคยคิดว่าจะเปิดเป็นกิจการใหญ่โตอย่างจริงจัง
ทว่า การมาถึงของระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กลับทำให้เอสเอ็มอีเล็กๆ แห่งนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ธุรกิจกระเป๋าผ้าเย็บมือที่ยังรวมไปถึงกระเป๋าแล็ปท็อป ปลอกหมอน กล่องทิชชู และผ้าหุ้มเครื่องใช้ไม้สอยอื่นๆ ของฟิโตรติน ในราคาตั้งแต่ชิ้นละ 4 หมื่น3.5 แสนรูเปียห์ (ราว 110700 บาท) กลับมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนต้องจ้างคนงาน เพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง
“ฉันประหลาดใจมากที่เห็นยอดสั่งซื้อมาจากนอกเกาะชวา 2.5 ล้านรูเปียห์ (ราว 7,000 บาท) พวกเขาบอกว่ารู้จักสินค้าจากโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต ของฉัน” คุณแม่ลูกหนึ่งวัย 30 ปี กล่าว
กิจการเล็กๆ ในเมืองปาซูรวน จังหวัดชวาตะวันออก ของอินโดนีเซียแห่งนี้ ไม่ได้เป็นกิจการเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังก้าวเข้าสู่โลกของอีบิซิเนส
อิดา วิดยาสตูติ เจ้าของร้านขายขนมในเมืองซิโดอาร์โจ ต้องรับมือกิจการที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังนำธุรกิจเข้าสู่โลกของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และทำให้เจ้าของกิจการเล็กๆ แห่งนี้มองเห็นโอกาสที่จะส่งออกสินค้าไปต่างประเทศด้วย
เจ้าของร้านโรมาห์ สแน็ก เมกาซารี ซึ่งมีขนมขึ้นชื่ออย่างกล้วยฉาบ หรือปิซัง อากุง ในภาษาท้องถิ่น มียอดขายพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนแตะหลักพันล้านรูเปียห์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มกิจการในปี 2003 และทำให้เจ้าของกิจการวัย 39 ปีรายนี้ ตัดสินใจที่จะหาช่องทางส่งออกสินค้าจากชวาตะวันออกไปยังฮ่องกง มาเลเซีย และตะวันออกกลาง เพื่อเจาะกลุ่มแรงงานชาวอินโดนีเซียที่ไปทำงานในต่างแดนโดยเฉพาะ
ทุกวันนี้ ธุรกิจของอิดาสามารถช่วยกระจายรายได้เข้าสู่ท้องถิ่นได้มากขึ้น จากการจ้างงานชาวบ้านในพื้นที่ถึง 2,000 คน และมีเกษตรกรราว 300 คน ปลูกกล้วย 300 เฮกเตอร์ ซึ่งในเมืองซิโดอาร์โจ จังหวัดชวาตะวันออกนั้น มีผู้ที่ทำงานในเอสเอ็มอี 82 รายภาคธุรกิจ มากถึงราว 1.71 แสนคน
ฟัตตาห์ จาซิน ผู้อำนวยการสำนักงานเพื่อความร่วมมือและเอสเอ็มอีในชวาตะวันออก เปิดเผยว่า ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกำลังมีบทบาทช่วยกระตุ้นการจ้างงานในภาคเอสเอ็มอีให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 4.2 ล้านคน ในปี 2012 ขยับไปแตะ 6.8 ล้านคนในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะช่วยยกระดับศักยภาพของจังหวัดชวาตะวันออก หลังจากพื้นที่การพัฒนาส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่เฉพาะในกรุงจาการ์ตา
อย่างไรก็ตาม แม้ไฮสปีดอินเทอร์เน็ตจะเปรียบเสมือนการเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ที่ช่วยยกระดับกิจการรายย่อยตามภูมิภาคต่างๆ ของอินโดนีเซียให้รุ่งโรจน์ ทว่าก็ไม่ใช่ทุกกิจการที่จะพร้อมก้าวเข้าสู่โอกาสบนธุรกิจออนไลน์
ทีจาร์โจ ปริฮันดารู เจ้าของธุรกิจมันฝรั่งทอดในย่านเกบัง เมืองเจมเบอร์ ยอมรับกับจาการ์ตา โพสต์ ว่า แม้จะรู้ดีว่าอีบิซิเนสจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างรวดเร็ว แต่เจ้าตัวก็ยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้
“ผมจะหันไปปรับปรุงการจัดการกระบวนการผลิต ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่อินเทอร์เน็ต เพราะหากเข้าสู่ช่องทางออนไลน์แล้ว ผมก็ไม่อยากเสียชื่อทำให้ลูกค้าผิดหวัง” เจ้าของธุรกิจวัย 43 ปี กล่าว







