posttoday
หลากมุมความรุนแรง

หลากมุมความรุนแรง

24 มกราคม 2557

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ในภาวะการชุมนุมขับไล่รัฐบาลทวีความรุนแรงมากขึ้นถึงขั้นใช้ระเบิดสังหาร มีผู้บาดเจ็บและล้มตาย กลายเป็นข้ออ้างของรัฐบาลเพื่อประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ในภาวะการชุมนุมขับไล่รัฐบาลทวีความรุนแรงมากขึ้นถึงขั้นใช้ระเบิดสังหาร มีผู้บาดเจ็บและล้มตาย กลายเป็นข้ออ้างของรัฐบาลเพื่อประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เชี่ยวชาญงานด้านสืบสวน เปิดเผยว่า สถานการณ์ขณะนี้ถือว่ามีความสลับซับซ้อนความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะยิ่งทำให้การชุมนุมของ กปปส.เป็นไปด้วยความหวาดระแวง แต่จากประสบการณ์และการมองเกมการเมืองครั้งนี้ ห่วงว่าความรุนแรงจะยังไม่หมดลงง่ายๆ แน่นอน ตราบใดที่ม็อบยังเดินหน้าอยู่ความสุ่มเสี่ยงต่อเหตุรุนแรงก็จะยิ่งมากขึ้นและหนักขึ้นเรื่อยๆ

“ยังมองเกมไม่ขาดว่าใครจะได้ผลประโยชน์จากเหตุรุนแรงครั้งนี้ มองอย่างเป็นกลางก็เป็นไปได้ทั้งสองฝั่ง หากรัฐบาลทำเองก็จะไปเพิ่มความหวาดกลัวในม็อบ คนไม่กล้ามา รัฐบาลก็จัดการอะไรได้ง่าย หรืออีกมุมหากว่าม็อบทำเอง ก็เพื่อต้องการบีบให้สถานการณ์มันคุกรุ่น รุนแรงมากยิ่งขึ้น เพื่อต้องการตามเป้าที่อยากจะเปลี่ยนแปลงตามสิ่งที่ต้องการ และการเปลี่ยนแปลงนั้นก็มาจากกลุ่มคนที่ติดอาวุธมีความชอบธรรมตามกฎหมาย เกมนี้มันเดิมพันกันสูงไม่มีใครยอมง่ายๆ”

อีกมุมหนึ่งจากสายตาของผู้เฝ้าระวังความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง สุนัย ผาสุก ผู้ประสานงานที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์ ประจำประเทศไทย ระบุว่า ยากจะบอกได้ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นใครจะได้ประโยชน์ แต่ที่น่าสนใจคือการตรวจสอบหาตัวคนก่อเหตุในทุกเหตุการณ์ยังไม่มีความจริงจัง ตำรวจดูเหมือนไม่ใส่ใจนัก ยิ่งปล่อยไปก็จะเกิดภาวะตึงเครียดทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม ประชาชนทั่วไป รวมถึงการใช้สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ปลุกความเกลียดชัง

“หลังเกิดเหตุขว้างระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมีการนำภาพบุคคลมาแชร์กัน บ้างก็ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร หรือกลุ่มคนที่เคยก่อเหตุเมื่อปี 2553 มีการปักใจเชื่อทันทีก่อนที่จะพิสูจน์ความจริง ต่อไปจะยิ่งเติมเชื้อและสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นจะต่อเนื่องไม่สิ้นสุด น้ำผึ้งหยดเดียวจะสร้างความรุนแรงเอาได้ง่ายๆ เพราะคนเชื่อข้อมูลผิดๆ ก็ปักใจทันทีไม่ตรวจสอบ”

สุนัย ย้ำว่า ตำรวจและผู้ชุมนุมต้องพูดคุยเพื่อเฝ้าระวังป้องกันเหตุ ตำรวจไม่มีสิทธิจะเลือกปฏิบัติ แม้ว่าผู้ชุมนุมจะตั้งตัวเป็นคู่ต่อกรก็ตาม แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่ ต้องดูแลไม่ว่าฝ่ายไหน ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมก็ต้องเปิดโอกาสให้ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ สถานการณ์จะยิ่งรุนแรงต่อเนื่องไปอีก หากการทำงานของทั้งผู้ชุมนุมและตำรวจยังคงเป็นอยู่แบบนี้

อีกมุมจากฝั่งของผู้ถูกกล่าวหาว่าก่อความรุนแรง “โกตี๋” หรือ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ก็ปฏิเสธว่าเขาไม่นิยมความรุนแรงและจะถูกยัดเยียดข้อกล่าวหาทุกครั้ง เพราะ สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.ไม่ชอบหน้าเขา การกล่าวหาว่ารู้จักคนก่อเหตุขว้างระเบิดนั้นเป็นเรื่องไม่จริง

“ผมไม่ชอบเลยความรุนแรง แต่เกิดเหตุก็หาว่าผมทำ ผมไปทำอะไร เพียงแต่ตั้งเวทีที่อนุสรณ์สถาน เพื่อให้ข้อมูลและความรู้กับคนที่เห็นด้วยและต้องการให้เกิดการเลือกตั้ง ที่สำคัญผมไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม นปช.และพรรคเพื่อไทย หากจะมีเหตุรุนแรงอะไรก็ตาม ขอบอกได้เลยว่าไม่ได้เกิดจากผม แต่ฝั่งไหนผมไม่รู้ ประชาชนดูเอาเองแล้วกัน”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน