posttoday
เปิดความเสี่ยงปีม้าการเมืองชี้ชะตา

เปิดความเสี่ยงปีม้าการเมืองชี้ชะตา

23 มกราคม 2557

สวัสดีและขอสวัสดีปีใหม่ในปีม้าคึกคักนี้อีกครั้งนะครับ ผมหวังว่าปีนี้จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี ก้าวไกล และสดใสสวยงามสำหรับทุกท่านนะครับ หลังจากปีที่แล้วหลายๆ ท่านอาจต้องเพลียกายเพลียใจกับการแก้ไขปัญหาในการดำเนินธุรกิจและมีความกังวลกับภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่เกิดจากเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ เช่น เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลมีความล่าช้า การบริโภคภาคครัวเรือนขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยประมาณร้อยละ 1 ข่าวเรื่องธนาคารกลางของสหรัฐฯ จะปรับลดมาตรการ QE อยู่หลายครั้ง ส่งผลในเชิงจิตวิทยาต่อเงินทุนไหลเข้าและออกจากไทยและประเทศต่างๆ จนกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน จนกระทั่งในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางของสหรัฐฯ ได้ประกาศปรับลดมาตรการ QE ลงเดือนละ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่เดือนมกราคมนี้เป็นต้นไป

สวัสดีและขอสวัสดีปีใหม่ในปีม้าคึกคักนี้อีกครั้งนะครับ ผมหวังว่าปีนี้จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี ก้าวไกล และสดใสสวยงามสำหรับทุกท่านนะครับ หลังจากปีที่แล้วหลายๆ ท่านอาจต้องเพลียกายเพลียใจกับการแก้ไขปัญหาในการดำเนินธุรกิจและมีความกังวลกับภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่เกิดจากเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ เช่น เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลมีความล่าช้า การบริโภคภาคครัวเรือนขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยประมาณร้อยละ 1 ข่าวเรื่องธนาคารกลางของสหรัฐฯ จะปรับลดมาตรการ QE อยู่หลายครั้ง ส่งผลในเชิงจิตวิทยาต่อเงินทุนไหลเข้าและออกจากไทยและประเทศต่างๆ จนกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน จนกระทั่งในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางของสหรัฐฯ ได้ประกาศปรับลดมาตรการ QE ลงเดือนละ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่เดือนมกราคมนี้เป็นต้นไป

ลองมาดูกันว่าปีนี้จะมีโอกาสเป็นอย่างไรกันบ้างดีกว่าครับ สถาบันวิจัยด้านความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและการลงทุนระดับโลก เช่น Eurasia Group และ Oxford Analytica มีความเห็นที่สอดคล้องกันว่า ความเสี่ยงทางการเงิน (Financial Risk) ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ในปี 2557 ดีขึ้นอย่างมากจากปีที่ผ่านๆ มา เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ เนื่องจากยุโรปได้ออกจากเศรษฐกิจตกต่ำแล้ว เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้รับการอัดฉีดเพื่อให้หลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจชะงักงันที่เป็นมาต่อเนื่องหลายสิบปี และที่สำคัญคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจะทำให้เศรษฐกิจโลกเติบโตกว่าที่คาดไว้

ถึงแม้ว่าจะยังมีความเสี่ยงบางประการหลงเหลืออยู่บ้าง เช่น การปฏิรูปด้านการเงินการธนาคารและการลงทุนของรัฐบาลใหม่ของจีนเพื่อให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งอาจกระทบกับการเติบโตในระยะสั้นบ้าง หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) จะปรับตัวเลขประมาณการความเติบโตของระบบเศรษฐกิจโลกในปีนี้ให้สูงขึ้น จากที่คาดไว้ว่าจะเติบโตในอัตราร้อยละ 3.6 เมื่อเดือน ต.ค. 2556

แต่ไม่ใช่ว่าปีนี้จะไม่มีความเสี่ยงเลยนะครับ สถาบันเหล่านี้มีความกังวลถึงความเสี่ยงทางการเมือง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัวดีๆ ในปีนี้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งความเสี่ยงทางการเงินบางประการ ตัวอย่างเช่น Oxford Analytica จัดลำดับความเสี่ยง 10 ลำดับแรกไว้ดังนี้ 1.เศรษฐกิจจีนชะลอตัวอย่างชัดเจน 2. สหภาพยุโรปแยกทาง 3. สงครามจีฮัดในซีเรียปะทุ 4.ความขัดแย้งทางทหารในอิหร่าน 5.รัฐปากีสถานล่มสลาย 6.กระบวนการสันติภาพในอัฟกานิสถานล้มเหลว 7.สหรัฐติดกับดักเงินฝืด 8.ข้อพิพาทน่านน้ำจีน 9.ระบบปูตินล้มหายตายจาก และ 10.ระบบการปกครองแบบเกาหลีเหนือเริ่มปริร้าว

ท่านจะเห็นได้ว่าความเสี่ยงทางการเมืองและความขัดแย้งยังมีอยู่ในซีเรีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย และเกาหลีเหนือ ทั้งยังมีความเสี่ยงทางการเงินในจีน สหภาพยุโรป และสหรัฐ ที่ยังน่าเป็นกังวล หากเกิดขึ้นจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ดังนั้น ท่านผู้อ่านจึงไม่ควรละเลยที่จะป้องกันความเสี่ยงในด้านต่างๆ เพราะหากเตรียมวิธีป้องกันความเสี่ยงที่เหมาะสมและพอใจกับกำไรจากธุรกิจปกติแล้ว ก็จะสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

กลับมาที่เศรษฐกิจสหรัฐ การที่เศรษฐกิจขยายตัวและมีแนวโน้มแข็งแกร่งมากกว่าเดิม โดยในไตรมาส 4 ของปีนี้ ตัวชี้วัดหลายตัวกลับมาดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดแรงงานและภาคการผลิต ขณะที่ความเสี่ยงหลักในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา คือ ความไม่แน่นอนทางการคลัง น่าจะลดลง จากการที่สภาคองเกรสของสหรัฐผ่านแผนงบประมาณปี 2557/2558 ได้ภายในเดือน ธ.ค. 2556 เร็วกว่าที่คาดไว้ว่าอาจจะยืดเยื้อถึงต้นปีหน้า

สะท้อนว่าสภาคองเกรสของสหรัฐคงไม่ต้องการให้ปัญหาการเมืองส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเหมือนที่เคยเกิดขึ้นตอนรัฐบาลปิดทำการ (Government Shutdown) เมื่อเดือน ต.ค. 2556 ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่า การพิจารณาเรื่องเพดานหนี้สาธารณะ (Debt Ceiling) ของสหรัฐน่าจะผ่านได้ง่าย

การเติบโตที่ดีและความเสี่ยงด้านการคลังที่ลดลง ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มปรับลดวงเงินในการเข้าซื้อสินทรัพย์ภายใต้โครงการ QE ลงเดือนละ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือเข้าซื้อเดือนละ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2557 เป็นต้นไป และคาดว่าน่าจะทยอยลดลงอย่างต่อเนื่อง จนหยุดการเข้าซื้อโดยสมบูรณ์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เมื่อมั่นใจว่าเศรษฐกิจฟื้นจริงๆ ผู้ที่ดูแลและควบคุมนโยบายทางการเงินก็จะหันมาสนใจเรื่องเงินเฟ้อและขึ้นอัตราดอกเบี้ย เมื่อยักษ์ใหญ่ขยับ ต้นทุนทางการเงินในโลกก็คงต้องสูงขึ้น

ดังนั้น ข้อแนะนำก่อนจบวันนี้ คือ ปีนี้ท่านผู้อ่านนอกจากจะต้องบริหารความเสี่ยงแล้ว คงต้องบริหารจัดการต้นทุนให้ดีขึ้นควบคู่ไปด้วยนะครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน