
มรสุมรุมเศรษฐกิจไทยหอการค้าชี้ภาวะถดถอย
ก่อนหน้าที่จะมีการชุมนุมทางการเมือง นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนัก รวมทั้งหอการค้าไทยต่างคาดหวังว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยอย่างสหรัฐ ยุโรป จะทำให้เศรษฐกิจปี 2557 จะฟื้นตัวจากปี 2556 แต่หลังจากเกิดเหตุการชุมนุมทางการเมืองและมีแนวโน้มยืดเยื้อ การมองภาพเศรษฐกิจปี 2557 ก็เปลี่ยนไป
ก่อนหน้าที่จะมีการชุมนุมทางการเมือง นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนัก รวมทั้งหอการค้าไทยต่างคาดหวังว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยอย่างสหรัฐ ยุโรป จะทำให้เศรษฐกิจปี 2557 จะฟื้นตัวจากปี 2556 แต่หลังจากเกิดเหตุการชุมนุมทางการเมืองและมีแนวโน้มยืดเยื้อ การมองภาพเศรษฐกิจปี 2557 ก็เปลี่ยนไป
อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ อยู่ในภาวะถดถอยลงอย่างชัดเจน เพราะได้รับผลกระทบจากการเมืองในประเทศ และชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานาน 3 เดือน ประกอบกับในประเทศมีปัจจัยลบจากการที่ราคาพืชผลเกษตรบางรายการตกต่ำ เช่น ราคายางพาราคา ลดลงอยู่ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม และชาวนายังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว ทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง รวมทั้งสภาพจิตใจของประชาชนก็ไม่ปกติจากสถานการณ์ในประเทศ
ทั้งนี้ จากหลายปัจจัยลบในประเทศหอการค้าไทย จึงคาดว่าเศรษฐกิจไทย หรือจีดีพีปี 2557 จะขยายตัว 34% โดยการส่งออกจะขยายตัว 34% แต่หากไม่มีสถานการณ์ทางการเมือง จีดีพีมีโอกาสขยายตัวถึง 45% จากปี 2556 ที่จีดีพีขยายตัว 3%
สำหรับการคาดการณ์การขยายตัวแต่ละภาค คาดว่า ภาคเหนือจีดีพีจะขยายตัว 3.3% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3.7% ภาคใต้ 3.6% ภาคกลาง 5.4% ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล 4.2%
“ปัญหาราคายางราคาที่ลดลงอยู่ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม กระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนมาก เพราะได้ไปก่อหนี้ไว้ล่วงหน้า เช่น อาจจะไปซื้อรถยนต์ไว้ เมื่อมีรายได้ลดลงและต้องนำเงินไปจ่ายหนี้ ทำให้ต้องใช้จ่ายลดลงไปด้วย” อิสระ กล่าว
นอกจากนี้ ผลจากการเมืองในประเทศยังกระทบต่อการท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง 30% เช่น ใน จ.กระบี่ ยอดนักท่องเที่ยวลดลง 20-30% รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยในประเทศนั้น ภาคธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมยังไม่มีการปลดคนงาน มีเพียงภาคธุรกิจบริการที่เริ่มเห็นสัญญาณปลดคนงานแล้ว ในกลุ่มร้านอาหารและร้านค้าขายต่างๆ เพราะขายสินค้าได้ลดลง จึงต้องลดคนงานตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศจะถดถอย แต่ภาคธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ยังไม่มีการปลดคนงานมีเพียงธุรกิจบริการที่เริ่มเห็นสัญญาณปลดคนงาน ในกลุ่มร้านอาหารและร้านค้าขายต่างๆ เพราะขายสินค้าได้ลดลง จึงต้องลดคนงานตามไปด้วย
ด้านปัจจัยบวกในประเทศมีทั้งเรื่องเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง อยู่ที่ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากปีก่อนที่เงินบาทแข็งค่าระดับ 30-31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เงินบาทที่อ่อนตัวลงจะส่งผลดีต่อการส่งออกและการค้าชายแดนของประเทศที่จะดีขึ้น รวมทั้งสินค้าเกษตรบางรายการที่ดีขึ้น เช่น กุ้ง รวมถึงเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณฟื้นตัว โดยคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.2% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขยายตัว 2.4% ส่วนเศรษฐกิจจีนคาดว่าขยายตัว 7.7%
นอกจากนี้ยังมีปัญหาโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการลงทุนเกิน 200 ล้านบาทนั้น ยังไม่สามารถอนุมัติได้ เพราะไม่มีคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ชุดใหม่ หลังจากชุดเดิมโหมดวาระมาหลายเดือนแล้ว ทำให้การอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่หยุดชะงักไป
อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทยยืนยันที่จะจัดงานไทยเฟ็กซ์ เวิลด์ ออฟ ฟู้ด เอเชีย 2014 ขึ้นระหว่างวันที่ 21-25 พ.ค. 2557 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
กลินท์ สารสิน คณะกรรมการเลขาธิการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองเช่นเดียวกัน ดังนั้น หอการค้าไทยมีแผนส่งเสริมให้เอสเอ็มอีไทยไปทำธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะให้บริษัทใหญ่เป็นเครือข่ายส่งเสริมเอสเอ็มอีไปขยายตลาดต่างประเทศ ทั้งในประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เป็นต้น เพราะมีโอกาสขยายตลาดในต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งบริษัทใหญ่ยังสามารถให้คำแนะนำการลงทุน หรือชี้แนะอุปสรรคการลงทุนให้แก่ภาคธุรกิจได้
ขณะเดียวกัน หอการค้าไทยจะจัดงานสัมมนา เพื่อให้ความรู้และแนะนำแนวทางทำธุรกิจแก่เอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะจัดสัมมนา “บุกตลาดซีแอลเอ็มวี...อนาคต เอสเอ็มอีไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ในวันพุธที่ 29 ม.ค.นี้ ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เพื่อแนะนำการขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้านทั้ง กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม







