
โวยพรก.ฉุกเฉินทุบท่องเที่ยวสลบ
สทน.โวยรัฐออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินยาว 2 เดือน เบรกท่องเที่ยวไทยหัวทิ่ม เชื่อไตรมาสแรกนักท่องเที่ยวหาย 1.5 ล้านคน สูญรายได้ 7.5 หมื่นล้านบาท
สทน.โวยรัฐออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินยาว 2 เดือน เบรกท่องเที่ยวไทยหัวทิ่ม เชื่อไตรมาสแรกนักท่องเที่ยวหาย 1.5 ล้านคน สูญรายได้ 7.5 หมื่นล้านบาท
นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่า การใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จำนวน 60 วันของรัฐบาล โดยไม่ใช้วิจารณญาณ จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย และโอกาสทางการตลาดอย่างรุนแรง เนื่องจากเดือนม.ค.-มี.ค.ของทุกปี เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซีซั่น) ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาสูงที่สุด เมื่อเทียบกับไตรมาสอื่น โดยคาดว่าตลอด 3 เดือนนี้ ต่างชาติจะเดินทางมาไทยลดลง 1.5 ล้านคน สูญเสียรายได้ 7.5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับรู้ว่า การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นจุดเริ่มต้นที่การเมืองไทยมีความรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง(ม็อบ) ตามมา นักท่องเที่ยวจึงทยอยยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยว โดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนในวันที่ 31 ม.ค.นี้ คนจีนจะมีวันหยุดยาวติดต่อกัน 10 วันเชื่อว่าคนจีนจะยกเลิกเกลี้ยงตลาด รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลี และรัสเซียด้วย
นอกจากนี้การประกาศใช้อย่างยาวนาน ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าวางแผนเดินทางมาไทยและย้ายฐานการท่องเที่ยวไปยังประเทศอื่นแทน ซึ่งขณะนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจลามไปยังต่างจังหวัด ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อย่าง ภูเก็ต เชียงใหม่ เพราะม็อบได้กระจายพื้นที่การชุมนุม เมื่อภาพข่าวออกมาได้ถูกเหมารวมทั้งประเทศ
"เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่การท่องเที่ยวไทยถูกแตะเบรกหัวทิ่มจากการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งๆที่ปีที่ผ่านมาต่างชาติมาไทย 26.5 ล้านคน สร้างรายได้ 1.3 ล้านล้านบาท และรัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีออกไป ไทยเป็นประเทศที่มีสเน่ห์ชาวต่างชาตือยากมา แต่พ.ร.ก.จะทำให้ยอดยกเลิกพุ่งสูงขึ้น"นายยุทธชัย กล่าว
ด้านตลาดในประเทศ นับจากนี้ผู้ประกอบการจะชะลอการลงทุนในกิจการ ทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แพ็กเกจทัวร์ การขยายกิจการ เป็นต้น เพราะคนไทยได้ยกเลิกการเดินทางผ่านบริษัททัวร์เกือบเกลี้ยงตลาด ขณะที่กลุ่มจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศกาล(ไมซ์) กลุ่มราชการ ทหาร ตำรวจ ได้ยกเลิกการจัดงานกว่า 70%
นายยุทธชัย กล่าวว่า หากม็อบไม่จบภายในเดือนก.พ.นี้ เชื่อว่าการท่องเที่ยวจะซบเซายาวถึงเทศกาลสงกรานต์ โดยการท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศจะสามารถฟื้นตัวได้ทันทีที่สถานการณ์การเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ตลาดในประเทศต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน ฟื้นฟูสภาพบรรยากาศทางการท่องเที่ยวและสภาพจิตใจของคนไทย
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ สทท.เตรียมประชุมหารือร่วมกับสมาชิก เพื่อประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยไตรมาสที่ 1จากผลกระทบทางการเมือง ซึ่งเชื่อว่าจะปรับตัวลดลง รวมถึงคาดการณ์การท่องเที่ยวไทยปีนี้อีกครั้ง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ทั้งนี้ผลกระทบที่เกิดจากการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะทำใ้ห 1-2 วันนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าพักโรงแรมในกรุงเทพ และพื้นที่ที่ประกาศใช้ พ.ร.ก. เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมทันที รวมถึงกลุ่มที่จะเดินทางเข้าพักใหม่จะยกเลิกการเข้าพักเช่นเดียวกัน เพราะเกิดความสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลควรชี้แจงผ่านสื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความเข้าใจที่ถูกต้อง
"สทท.ขอร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้าเจรจาพูดคุยกัน เพื่อหาทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้น มากกว่าจะส่อใช้ความรุนแรงเข้าหากัน เพราะจะกระทบต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวไทยที่เป็นตัวหลักในการสร้างรายได้เข้าประเทศ"นางปิยะมาน กล่าว
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า ททท.สั่งการให้ 27 สำนักงานททท.ต่างประเทศทั่วโลก ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งมองว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับชาวต่างชาติ ไม่เดินทางลงพื้นที่ปะปนร่วมกับผู้ชุมนุม ส่วนแผนการตลาด ได้สั่งการรองผู้ว่าการฯทุกด้าน เร่งวางแผนกระตุ้นท่องเที่ยวฉุกเฉิน ที่สามารถปฎิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม เตรียมพร้อมดำเนินการทันทีที่เหตุการณ์ทางการเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
อย่างไรก็ตามททท.ได้ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเที่ยวเส้นทางภูมิภาคอื่นๆของประเทศไทยแทนกรุงเทพ โดยเห็นได้ว่าขณะนี้ยอดการเข้าพักในต่างจังหวัด อย่าง พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่มีอัตราเฉลี่ยปกติ
นายขจร วีระใจ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้ 46 ประเทศที่ออกคำเตือนหลีกเลี่ยงมาประเทศไทย ยังไม่มีการยกระดับคำเตือน เป็นเพียงการเตือนระดับที่ 2 และ 3 เท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าใน 1-2 วันนี้อาจมีการยกระดับคำเตือนและจำนวนประเทศที่ประกาศเตือนเพิ่มขึ้นได้ ภายหลังใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
สำหรับภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-19 ม.ค.ที่ผ่านมา ผ่านทุกช่องทาง ทางบก ทางอากาศทั่วประเทศ มีจำนวน1.43 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เดินทางเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมืองระหว่างวันที่ 1-19 ม.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 9.1 แสนคน ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนับจากนี้มีแนวโน้มการเดินทางเข้าท่าอากาศยานทั้งสองแห่งมีจำนวนลดลง เพราะนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงม็อบ







