posttoday
โนเกีย-เอเซอร์ เชื่อ พีซี-สมาร์ทโฟนแกร่งท้าการเมือง

โนเกีย-เอเซอร์ เชื่อ พีซี-สมาร์ทโฟนแกร่งท้าการเมือง

23 มกราคม 2557

พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

หลังรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เริ่มวันที่ 22 ม.ค. ไป 60 วัน ทำให้กระทบบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค และความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยถ้วนหน้า คาดทุกอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบมากบ้างน้อยบ้างต่างกัน รวมทั้งตลาดคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน เป็นตลาดที่หลายคนเชื่อว่าจะได้รับผลกระทบน้อย และน่าจะยังเติบโตได้อยู่

ญาณธน สิมะวานิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การใช้งานสมาร์ทโฟน ไม่ใช่เพียงแค่โทรศัพท์เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ติดตามความเคลื่อนไหวสิ่งต่างๆ รอบตัว เล่นเกม อินเทอร์เน็ต ถ่ายรูป ยิ่งการใช้งานมากขึ้น ก็จำเป็นกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ประกอบกับผู้ให้บริการมือถือพัฒนาระบบ 3จี มาให้บริการ ก็ยิ่งกระตุ้นให้คนเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟน โดยเฉพาะเครื่องที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ 5 นิ้วขึ้นไป หรือที่เรียกว่า แฟ็บเล็ต จะมีบทบาทมากขึ้น คาดว่ายอดขายในตลาดรวมจะมากกว่า 5 หมื่นเครื่องต่อเดือนแน่นอน

“หน้าจอกลายมาเป็นปัจจัยแรกของคนเลือกซื้อสมาร์ทโฟน ถ้ามีขนาดที่ใหญ่กำลังดี พกพาได้ ใช้งานสะดวก ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาด และพอมีฟีเจอร์ถ่ายรูป แผนที่ และอื่นๆ ก็ทำให้เป็นตัวเลือก ซึ่งโนเกียมีพร้อมทั้งหมด” ญาณธน กล่าว

ล่าสุด โนเกียได้เปิดตัว สมาร์ทโฟน โนเกีย ลูเมีย 1320 ราคา 1.15 หมื่นบาท เป็นแฟ็บเล็ต หน้าจอขนาด 6 นิ้ว และเป็นตัวที่ 2 ต่อจาก ลูเมีย 1520 ที่วางตลาด และจะเป็นไฮไลต์ในช่วงต้นปีนี้ เชื่อยอดขายจะดี รวมทั้งเมื่อรวมกับลูเมีย รุ่นอื่นๆ อีก 78 รุ่นที่อยู่ในตลาดเวลานี้ จะทำให้ยอดขายโนเกียดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แม้สถานการณ์การเมืองมีปัญหาก็ตาม

สำหรับตลาดรวมโทรศัพท์มือถือปีนี้คาด 20 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นสมาร์ทโฟน 12-13 ล้านเครื่อง ที่เหลือเป็นฟีเจอร์โฟน ที่คาดว่ายังมียอดขายอยู่บ้างสำหรับคนที่ใช้เป็นเครื่องที่สอง หรือในพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่มีระบบ 3จี ให้บริการ

นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอน มีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ตลาดสมาร์ทโฟนก็ยังขายได้ โดยเฉพาะระดับราคา 5,000 บาทขึ้นไป ที่สามารถใช้งานได้ดี คนต้องการใช้ 3จี อยู่แล้ว ซึ่งเอเซอร์จะเน้นกลยุทธ์ทั้งขายในตลาดทั่วไป และขายร่วมกับผู้ให้บริการมือถือ ซึ่งปีที่ผ่านมา ใช้รุ่น ลิควิด แซด 3 ร่วมไปกับเอไอเอส ทำยอดขายดีมาก ส่งสินค้าไม่ทัน ดังนั้นปีนี้มีการเตรียมพร้อมดีขึ้น น่าจะทำยอดได้ดีขึ้นด้วย

ทั้งนี้ เอเซอร์ ได้เปิดตัว เอเซอร์ ลิควิด แซด 3 เอส และแซด 5 เป็นสมาร์ทโฟนและแฟ็บเล็ตระบบแอนดรอยด์รุ่นใหม่ ราคา 2,590 บาท และ 4,790 บาทตามลำดับ โดยเอเซอร์ ตั้งเป้ายอดขายสมาร์ทโฟน 1 ล้านเครื่องในปีนี้

ขณะที่ตลาดคอมพิวเตอร์ เอเซอร์มองว่าจะได้รับผลกระทบจากการเมืองมากกว่าตลาดสมาร์ทโฟน แต่เชื่อว่ายังมีความต้องการและตลาดอาจพลิกกลับมาเติบโตได้เล็กน้อย โดยเฉพาะตลาดแท็บเล็ต ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ 3จี ได้ ซึ่งเอเซอร์ก็ได้เปิดตัว เอเซอร์ ไอโคเนีย ดับบลิว 4 เป็นแท็บเล็ตระบบวินโดวส์ 8.1 ขนาด 8 นิ้ว ราคา 1.69 หมื่นบาท ตั้งเป้าส่วนแบ่ง 45% จากตลาดรวมแท็บเล็ตวินโดวส์กว่า 3 แสนเครื่องปีนี้

ขณะที่แท็บเล็ตแอนดรอยด์ แม้จะยังไม่มีเปิดตัวใหม่ในเวลานี้ แต่เอเซอร์ก็ตั้งเป้ายอดขายประมาณ 5 หมื่นเครื่องต่อเดือน ซึ่งการรุกตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตนี้ จะทำให้สัดส่วนรายได้ของเอเซอร์จากโน้ตบุ๊กลดลงเหลือ 60% และเป็นสมาร์ทโฟน 20% และเดสก์ท็อปอีก 20% ให้สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดมากขึ้น

สนธิญา หนูจีนเส้ง ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การเติบโตของตลาดพีซีปีนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยการเมือง เนื่องจากปีก่อนตลาดหดตัวมากแล้ว ดังนั้นปีนี้ถ้าสถานการณ์เลวร้ายยืดเยื้อ น่าจะหดตัวไม่เกิน 5% แต่ถ้าจบได้ในไตรมาสแรก ด้วยคุณสมบัติเด่นของคนไทยคือ ปรับตัวฟื้นตัวเร็ว ก็อาจเห็นตลาดเป็นบวกได้เล็กน้อย

ถึงจุดนี้พอจะมองภาพรวมได้แล้วว่า ตลาดสมาร์ทโฟนและพีซี ยังแกร่งพอต้านปัจจัยลบการเมืองได้ ถ้าไม่ยืดเยื้อและยาวนานจนเกินไป

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?