
ประกัน.."จ่ายไม่จ่าย"บังคับใช้ พรก.ฉุกเฉิน
ทีมข่าวประกัน
ทีมข่าวประกัน
แม้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะมีผลบังคับใช้ไปแล้ว เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. จะยุติลงเมื่อใด
การใช้ยาที่แรงขึ้นของรัฐบาลในการควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมครั้งนี้ ทำให้มีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ต่างๆ ที่ประชาชนได้ทำไว้ว่า จะได้รับความคุ้มครองตามเดิม หรือเข้าข่ายข้อยกเว้นการคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์หรือไม่
ทั้งนี้ เริ่มจากประกันอัคคีภัยบ้านที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วไป ที่เงื่อนไขกรมธรรม์ระบุชัดเจนว่า
“ความเสียหายซึ่งเกิดจากสงคราม การรุกราน การกระทำที่มุ่งร้ายของศัตรูต่างชาติ หรือการกระทำที่มุ่งร้ายคล้ายสงคราม ไม่ว่าจะมีการประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม หรือสงครามกลางเมือง การแข็งข้อ การกบฏ การจลาจล การนัดหยุดงาน การก่อความวุ่นวาย การกระทำของผู้ก่อการร้าย การปฏิวัติ การรัฐประหาร การประกาศกฎอัยการศึก หรือเหตุการณ์ใด ๆ ซึ่งจะเป็นเหตุให้มีการประกาศหรือคงไว้ซึ่งกฎอัยการศึก” จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
ขณะเดียวกันในส่วนของประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลหรือพีเอ ก็ระบุไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ว่า หากเป็นกรณีที่เหตุเกิดจาก “สงคราม การปฏิวัติ การกบฏ การจลาจล การนัดหยุดงาน หรือการที่ประชาชนก่อความวุ่นวายลุกฮือต่อต้านรัฐบาล” ตัวผู้เอาประกันก็จะไม่ได้รับความคุ้มครอง ซึ่งเงื่อนไขข้อนี้ก็จะคล้ายกับประกันภัยรถยนต์ที่จะยกเว้นไม่คุ้มครองเหมือนกัน หากตัวของท่านขับรถเข้าไปในพื้นที่ชุมนุมหรือมีเหตุการณ์ปะทะเกิดขึ้น และตัวรถได้รับความเสียหาย
แต่ช้า...ก่อน อย่าเพิ่งถอดใจ เรื่องนี้ นที ไชยกาล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย ชี้แจงว่า จริงอยู่แม้เงื่อนไขกรมธรรม์รถยนต์จะระบุชัดเจนว่า หากเหตุที่เกิดขึ้นจากการจลาจลจะไม่คุ้มครอง แต่เรื่องนี้ก็ต้องขึ้นกับนโยบายของแต่ละบริษัทด้วย ซึ่งควรดูเจตนาของลูกค้าเป็นหลัก
เช่น ถ้าตั้งใจขับรถไปชนกำแพงชนรั่วกั้นของเจ้าหน้าที่ กรณีนี้ชัดเจน บริษัทประกันไม่จ่ายสินไหมให้แน่ แต่ถ้าไม่ได้มีเจตนาจะไปก่อเหตุโดยตรง เพียงแต่ต้องผ่านไปบริเวณนั้น ก็คงต้องแล้ววิจารญาณของแต่ละบริษัท
อย่างกรณี ที่มีเหตุการณ์การปะทะกันที่ดินแดง แล้วมีลูกค้าของวิริยะต้องขับรถไปทำงานในบริเวณนั้นและถูกลูกหลงได้รับความเสียหายพอดี กรณีอย่างนี้ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมให้ เพราะถือว่าไม่ได้เจตนา คงไม่มีใครอยากขับรถตัวเองเข้าไปเสี่ยงทั้งชีวิตหรือทรัพย์สินของตัวเองขนาดนั้น ดังนั้น การจะตัดสินใจจ่ายสินไหมหรือไม่จ่าย จะดูจากเจตนาของลูกค้าเป็นหลักมากกว่าดูแค่ตัวสัญญาเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม หากเป็นในส่วนของกรมธรรม์ประกันชีวิตแล้ว ก็ระบุชัดเจนเช่นกันว่า หากมีการเสียชีวิตแล้ว จะจ่ายค่าสินไหมให้ทุกรณี
ยกเว้น “ผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันตาย หรือผู้เอาประกันฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับจากวันทำสัญญาหรือวันต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้าย”
สมโพชน์ เกียรติไกรวัล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารช่องทางการขายและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์องค์กร บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต กล่าวว่า กรมธรรม์ประกันชีวิตของบริษัทจ่ายสินไหมจากการเสียชีวิตทุกกรณี รวมถึงการเสียชีวิตจากภัยจลาจล
สำหรับ ข้อยกเว้นที่จะไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนจากการเสียชีวิต จะมาจาก ผู้รับผลประโยชน์มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือ เป็นต้นเหตุให้ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต การปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุขภาพ การฆ่าตัวตายภายใน 1 ปีที่ทำประกันชีวิต
“ที่จะมีข้อยกเว้น คือ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่เป็นอนุสัญญา ที่จะไม่คุ้มครองกรณีภัยจลาจล ภัยทางการเมือง แต่ถ้าซื้อเพิ่มก็จะได้รับความคุ้มครอง ส่วนประกันสุขภาพ ระบุชัดเจนว่าเกิดจากการเจ็บป่วย ก็จะคุ้มครองทุกกรณี” สมโพชน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดทั้งปวงนั้น หากตัวท่านหรือทรัพย์สินของท่านได้มีการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น ภัยจากการจลาจลและนัดหยุดงาน หรือภัยจากการก่อการร้าย หรือภัยจากเหตุทางการเมือง ก็จะได้รับความคุ้มครองตามนั้น
ดังนั้น ตอนนี้ขอให้ตรวจสอบกรมธรรม์ต่างๆ ที่มีอยู่ในมือก่อนว่า จะได้รับหรือยกเว้นความคุ้มอะไรได้บ้าง จะได้ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจภายหลัง







