
มันนี่ทูเดย์
คาด กนง.ลดดอกเบี้ยช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ
คาด กนง.ลดดอกเบี้ยช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง.วันที่ 22 ม.ค.นี้ น่าจะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจาก 2.25% เพราะนโยบายการคลังอาจเบิกจ่ายเงินได้น้อยกว่าที่คาด ไม่ว่าจะเป็นงบปกติประจำปีที่ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ หรือโครงการลงทุนนอกงบประมาณอย่างโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โครงการ โครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ที่คงยากจะเกิดขึ้นได้ การบริโภคของภาคครัวเรือนที่ซบเซา การลงทุนของภาคธุรกิจที่ชะลอ เพราะมีความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้เศรษฐกิจไทยต่อจากนี้ไป 612 เดือนข้างหน้าคงจะ อ่อนแอ นโยบายการเงินจึงต้องเอื้ออย่างที่สุดที่จะเป็นไปได้
“แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันจะต่ำอยู่แล้ว แต่การปรับลดถือเป็นการส่งสัญญาณว่าจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ ในแง่จิตวิทยาจะช่วยได้ การลดดอกเบี้ยในครั้งนี้คงไม่ได้สนับสนุนให้มีการกู้หรือก่อหนี้เพิ่มขึ้น แต่จะช่วยลดภาระคนที่เป็นหนี้อยู่แล้ว” นายพรายพล กล่าว
ขณะที่ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย คาดว่า กนง.จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับ 2.25% เนื่องจากปัจจัยส่วนใหญ่นั้นยังไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง กนง.จึงน่าจะลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า 12 มี.ค.มากกว่า หลังมีความชัดเจนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เสียก่อน
ธปท.ประมูลพันธบัตร 3 หมื่นล้าน
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศเปิดประมูลพันธบัตรธนาคาร แห่งประเทศไทย รุ่น พ.3/14/57 วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท อายุ 14 วัน โดยจะเปิดประมูลวันที่ 24 ม.ค. 2557 กำหนดชำระเงินวันที่ 28 ม.ค. 2557 และครบกำหนดวันที่ 11 ก.พ. 2557 เพื่อดูแลสภาพคล่องให้เหมาะสมกับระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ครม.ไฟเขียวต่ออายุลดภาษีดีเซลรวดเดียว 3 เดือน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 21 ม.ค. มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลังลดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่....) โดยขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลในอัตราภาษี 0.005 บาทต่อลิตร ออกไปอีก 3 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-30 เม.ย. 2557 ซึ่งมติ ครม.ดังกล่าวไม่มีผลผูกพันต่อ ครม.ชุดใหม่ โดยการขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 3 เดือน จะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ 9,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็น 2.7 หมื่นล้านบาท







