
ซีเอเสนอไอทีเทรนด์ปีนี้รับมืออะไร
ท่ามกลางม็อบกลางกรุงการเมืองไม่นิ่ง แต่ทิศทางไอทีของไทยและโลกยังเคลื่อนไปในแนวเดียวกัน ซึ่งบริษัท ซีเอ เทคโนโลยี ได้ชี้ให้เห็นกันชัดๆ ว่าปีนี้จะเจออะไรบ้าง
ท่ามกลางม็อบกลางกรุงการเมืองไม่นิ่ง แต่ทิศทางไอทีของไทยและโลกยังเคลื่อนไปในแนวเดียวกัน ซึ่งบริษัท ซีเอ เทคโนโลยี ได้ชี้ให้เห็นกันชัดๆ ว่าปีนี้จะเจออะไรบ้าง
1.วิกฤตขาดแคลนทักษะฝีมือกำลังก่อตัว : ถึงแม้หลายบริษัทจะไวในการปรับเปลี่ยนมาเน้นลงทุนในด้านงานเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พลิกโฉมหน้าบริษัท เช่น โซเชียล โมบาย และคลาวด์ก็ตาม อย่างไรก็ตามจะให้บรรลุผลเต็มรูปแบบ จะต้องมีการปรับเปลี่ยนทั้งวัฒนธรรมการทำงานและทักษะองค์กรควบคู่กันไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะความต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางสูง และเป็นไปได้ยากที่จะหาผู้เชี่ยวชาญมาได้ทันเวลาและความต้องการ แต่ในอีกทางหนึ่งได้บอกให้รู้ว่าการลงทุนด้านการศึกษาพัฒนาบุคลากรด้านนี้ยังจำเป็นอีกมากและยาวนาน
งาน Big Data ต้องการผู้เชี่ยวชาญข้อมูลสายพันธุ์ใหม่ ส่วนเทคโนโลยีล้ำหน้าใหม่ๆ ล้ำยุคด้านโมไบล์ โซเชียล และแผนที่ ก็จะส่งผลให้มีการรื้อดีไซน์และโครงสร้างของทั้งแอพพลิเคชั่นและหน้าจอใช้งานของโปรแกรมตามติดมาด้วย ทั้งหมดนี้เป็นตำแหน่งงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางสูงที่หลายบริษัทยังขาดแคลนและแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีบริษัทไหนจะบรรจุตำแหน่งงานพวกนี้ได้ครบ
ผู้เชี่ยวชาญหลายรายชี้ว่า มี 30 ตำแหน่งงานที่เติบโตเร็วสูงสุดในช่วงสิบปีข้างหน้า จะต้องใช้แรงงานที่มีฝีมือในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ แต่ปัญหาก็คือ ไม่มีแรงงานที่ทักษะสูงเหล่านี้มากพอ มีการศึกษาชิ้นหนึ่งชี้ว่า ภายในปี 2018 ในสหรัฐฯจะขาดแรงงานที่มีคุณวุฒิทางเทคนิคที่อุตสาหกรรมต่างๆ ต้องการถึง 3 ล้านราย ซึ่งต้องรับมือด้วยการลงทุนด้านการศึกษาเฉพาะทางสำหรับแต่ละกลุ่มอายุผู้เรียน และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้เยาวชนมีช่องทางสู่ความสำเร็จในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์ เพื่อสร้างผู้นำและอนาคตนักสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาในอนาคตข้างหน้า
บริษัทที่เล็งการณ์ไกลและเร่งรับมือปัญหาแรงงานฝีมือขาดแคลนเอาไว้ล่วงหน้า โดยเปิดกว้างในการใช้การพัฒนาระบบจากชุมชนผู้ใช้งานในระยะสั้น และรับมือระยะยาวด้วยการลงทุนด้านการศึกษาทางเทคนิคจะเป็นผู้ที่ชนะในการแข่งขันในที่สุด
2.งานไอทีที่เน้นแอพและกระแสเอพีไอ : การใช้งานคอมพิวเตอร์ระบบคลาวด์ โมบาย และเทคโนโลยีไฮเทคอื่นๆ ได้เกิดการผลักดันให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในระดับพื้นฐานในการพัฒนาและใช้งานแอพพลิเคชั่น หมดยุคเก่าที่ใช้งานระบบแพลตฟอร์มเดียว แอพพลิเคชั่นสมัยปัจจุบันสามารถประกอบสร้างขึ้นได้อย่างรวดเร็วจากคอมโพเนนต์ที่มีอยู่ภายในบริษัท หรือสร้างขึ้นโดยบริษัทผู้ให้บริการ ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งในเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าแพลตฟอร์มใด หรือในคลาวด์ หรือได้ทั้งสองแบบพร้อมๆ กัน จะมีส่วนสำคัญในการผลักดันบริษัทให้รุดหน้าสู่ความสำเร็จต่อไป
3.ประสบการณ์ใช้งานมีความสำคัญสูงสุด : ทุกวันนี้ งานไอทีเซอร์วิสเป็น เรื่องของผู้บริโภค ซึ่งตรงนี้มีผลเปลี่ยนแปลงสำคัญต่อวิธีการพัฒนา แอพพลิเคชั่นขึ้นมา ซึ่งนำไปสู่ดีไซน์ใหม่ที่เน้นด้านประสบการณ์ใช้งาน จะมีการใช้เทคโนโลยีการรับรู้ทางไกลมากขึ้นเรื่อยๆ ในเครื่องโมไบล์สมัยใหม่ และอุปกรณ์พกพาติดตัวไฮเทคอื่นๆ จากแนวคิดในการพัฒนาที่เน้น โมไบล์ หรือการใช้งานแบบนอกสถานที่อย่างเดิม มาเน้นใหม่ที่ตรงประสบการณ์ในการใช้งาน แบบหลายช่องทางที่จะใช้ผ่านหลายอุปกรณ์ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สมาร์ททีวี วิดีโอเกม คอมพิวเตอร์พกพา หรืออุปกรณ์ใดก็ตามที่ผู้บริโภคจะใช้งานในขณะที่ต้องการโปรดักต์และเซอร์วิส
4.ซอฟต์แวร์ต้องพัฒนาเร็ว : ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุคสมัยใหม่ที่มีผู้บริโภคที่นิยมแชร์ประสบการณ์และข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งผู้บริโภคและพนักงานในบริษัทต่างเรียกร้องต้องการประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีขึ้นมากขึ้น และจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกนาน รวมถึงการใช้งานเทคโลยีการรับรู้ระยะไกล การใช้แอพพลิเคชั่นที่ใช้งานได้หลากหลายช่องทางการเชื่อมต่อ ในขณะที่ข้อจำกัดในการแข่งขันเดิมได้หมดไป และมีคู่แข่งมาจากทุกทาง ทุกอย่างต้องรวดเร็วตอบสนองความต้องการได้ทันท่วงที ไม่เช่นนั้นก็อาจจะไม่ทันกับการแข่งขันในตลาด
5.งานรักษาความปลอดภัยคือเรื่องสำคัญที่สุดของทั้งไอทีและธุรกิจ : การใช้งานโมบาย โซเชียล คลาวด์ ได้เปิดช่องทางต่างๆ มากมายเข้าสู่ตัวบริษัท และเพิ่มความเสี่ยงให้กับการดำเนินธุรกิจด้วยเช่นกัน การประสานงานข้ามสายและสถานที่ได้ลดขีดความสามารถในการควบคุมดูแลจากฝ่ายไอทีลงมา ดังนั้นต้องหาจุดสมดุลระหว่างการทำงานที่สะดวกกับการปกป้องตัวธุรกิจให้ได้
งานรักษาความปลอดภัยจะต้องจัดการดูแลได้อย่างสะดวก เน้นระบบอัตโนมัติ ทำงานอยู่เบื้องหลัง ในขณะที่ผู้ใช้ยังใช้งานได้สะดวกและรักษาระดับประสิทธิภาพในการทำธุรกิจไว้ นอกจากนี้ฝ่ายไอทีอาจจะเสริมทัพรักษาความปลอดภัยได้ด้วย การป้องกันและเตรียมตัวแบบคาดการณ์สถานการณ์ไว้ล่วงหน้า เพื่อรับมือการคุกคาม ซึ่งจะทำให้งานรักษาความปลอดภัยที่เน้นสมดุลระหว่างความสะดวกใช้ และวางใจด้านความปลอดภัยเป็นไปได้อย่างราบรื่นในอนาคต







