
ไทยสมุทรยืดเบี้ยเกษตรกร
ช่วยเหลือชาวนาสวนยางไม่มีรายได้พอพึ่งตัวแทนดันเป้าปีนี้เติบโต30%
ช่วยเหลือชาวนาสวนยางไม่มีรายได้พอพึ่งตัวแทนดันเป้าปีนี้เติบโต30%
ไทยสมุทรเตรียมยืดเวลาชำระเบี้ยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวและยางราคายาง ตั้งเป้าเบี้ยใหม่โต 30%
นายสืบพงษ์ พันธุ์พฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดเผยว่า จากการที่ลูกค้าของบริษัทที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมได้รับผลกระทบจากข้าวและยาง โดยลูกค้าทางภาคใต้จะเป็นเรื่องราคายางตกต่ำ และลูกค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ เป็นเรื่องข้าวที่กำลังมีปัญหากันอยู่ขณะนี้ เรื่องยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว ทางบริษัทได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือไว้ 2 วิธี คือ ผ่อนระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันจาก 1 เดือน เป็น 23 เดือน และถ้ายังแก้ปัญหาไม่ได้ ก็จะให้ลูกค้าสามารถกู้เงินจากกรมธรรม์มาชำระเบี้ยได้ ซึ่งประกันประเภทชำระเบี้ยรายเดือนสามารถผ่อนผันระยะเวลาการชำระเบี้ยได้นานกว่าประกันชำระเบี้ยรายปี
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่พบลูกค้าที่ได้รับกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดย 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาลูกค้ายังชำระเบี้ยตามปกติ และสามารถขายเบี้ยใหม่ได้ เพราะบริษัทมีลูกค้าที่อยู่ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง ซึ่งมั่นใจว่าเดือนแรกของปีนี้จะมีเบี้ยไม่ต่ำกว่าเดือน ม.ค.ปีที่ผ่านมา
นางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า ในปี 2557 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยใหม่เพิ่มขึ้น 30% หรือ 4,700 ล้านบาท จากปี 2556 ที่ทำได้ 3,303 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากปี 2555 ขณะที่เบี้ยรับรวมตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1.57 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2556 ที่ทำได้ 1.36 หมื่นล้านบาท ลดลง 8% จากปี 2555
ทั้งนี้ จะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของตัวแทนที่มีอยู่ 1.7 หมื่นคน ด้วยการอบรมด้วยหลักสูตรที่เข้มข้น 12 หลักสูตร ที่ปรับปรุงโดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทข้ามชาติที่มาร่วมงานกับบริษัท ที่ ทันทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงของความต้องการลูกค้าที่มีความหลากหลาย และมีพี่เลี้ยงประมาณ 1,000 คน ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรดังกล่าวเป็นพี่เลี้ยง
“ปี 2557 นี้เราจะเพิ่มตัวแทนใหม่ 3,600 คน เน้นคุณภาพเป็นหลัก คือต้องตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้ และปีนี้เรายังตั้งสโมสรล้านบาท เพื่อส่งเสริมการเป็นมืออาชีพ อยู่ในอาชีพนี้นานๆ” นางนุสรา กล่าว
นางนุสรา กล่าวว่า ประมาณปลายเดือนม.ค.ทางบริษัทจะกลับมาทำโฆษณาทางโทรทัศน์อีกครั้ง เพื่อให้ลูกค้าจดจำชื่อของบริษัทรองรับสินค้าที่จะออกมาใหม่ในปีนี้ 78 แบบ ซึ่งปีที่ผ่านมาไม่ออกโฆษณาทางทีวี แต่เน้นไปทำโฆษณาถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายตรงที่ต่างจังหวัด
สำหรับสินทรัพย์ลงทุนมีประมาณเกือบ 8 หมื่นล้านบาท ได้ผลตอบแทนในปี 2556 อยู่ที่ 6.19% โดยลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล 50% ลงทุนในหุ้นกู้ 25% เงินให้สินเชื่อทั่วไป 10% เงินกู้ตามกรมธรรม์ 10% ลงทุนในหุ้น 3% ที่เหลือเป็นการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ โดยยังไม่มีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพราะความเสี่ยงสูง







